หน้าแรก การเมือง ภาค ปชช.หวังป...

ภาค ปชช.หวังปลดอาวุธ คสช. ลุยล่าหมื่นชื่อ ชงกฎหมายยกเลิกประกาศ-คำสั่งคสช.

15.01.18 | 18:03 น.

เครือข่ายภาค ปชช.” เตรียมล่า 1 หมื่นรายชื่อ เสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.กว่า 35 ฉบับ

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ลานปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายภาคประชาชน 24 เครือข่าย แถลงเปิดตัวโครงการเสนอกฎหมายประชาชน เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 35 ฉบับ ในหัวข้อ “ปลดอาวุธ คสช. ทวงคืนสถานการณ์ปกติ” โดยบรรยากาศภายในงาน มีการแจกแผ่นพับเชิญชวนประชาชนร่วมกันเข้าชื่อปลดอาวุธ คสช. เพื่อให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน พร้อมทั้งเต็นท์ และโต๊ะเพื่อให้ประชาชนได้เข้าร่วมลงชื่อ ทำให้บริเวณลานปรีดี พนมยงค์ เป็นไปอย่างคึกคัก

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ได้กล่าวแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า เป็นเวลา 3 ปี 8 เดือนแล้วที่ คสช. เข้าควบคุมอำนาจโดยอ้างความชอบธรรมจากสถานการณ์ไม่ปกติทางการเมือง ใช้อำนาจพิเศษออกประกาศคำสั่ง คสช. รวม 533 ฉบับ โดยมีรัฐธรรมนูญ 2560 รับรองให้ประกาศและคำสั่งทั้งหมด มีสถานะเป็นกฎหมาย และมีผลบังคับใช้เรื่อยไป จนกว่าจะมีการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มายกเลิก ซึ่งในจำนวน 533 ฉบับ มีอย่างน้อย 35 ฉบับ ที่มีเนื้อหาในทางละเมิดสิทธิเสรีภาพ สิทธิทางการเมือง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และสิทธิชุมชนของประชาชน รวมถึงจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชน เช่น คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจทหารเรียกตัวประชาชนมารายงานตัว และควบคุมตัวในสถานที่ปิดลับ โดยไม่ตั้งข้อกล่าวหาเป็นเวลา 7 วัน ประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 ที่กำหนดให้คดีบางประเภทของพลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร และฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 ที่จำกัดแนวทางการนำเสนอเนื้อหาของสื่อมวลชน เป็นต้น

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 ได้รับรองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ดังนั้น ประกาศและคำสั่งของคสช.เหล่านี้ จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับยังอ้างอิง และนำประกาศเหล่านี้มาบังคับใช้โดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องเดินหน้าตามโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง และพาประเทศกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่หากประกาศและคำสั่งของ คสช. ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ย่อมเกิดความไม่เป็นธรรม และไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการพาประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เบื้องต้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงเห็นควรเสนอให้ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.ในเบื้องต้น จำนวน 35 ฉบับ โดยจะรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อ เพื่อเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ… (ฉบับประชาชน) เพื่อปลดอาวุธ คสช. ทวงคืนสถานการณ์ปกติ

นายจอนกล่าวอีกว่า หลังจากรวบรวมรายชื่อได้ครบแล้ว ทางเครือข่ายตกลงว่าจะไม่เสนอร่างกฎหมายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเราไม่คาดหวัง และไม่เชื่อมั่นกับ สนช. เนื่องจาก สนช.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่ได้ออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งขณะนี้เป็นกระบวนการรวบรวมรายชื่อไว้ก่อน โดยหวังว่าประชาชนจะมาร่วมลงชื่ออย่างท่วมท้น เพื่อเป็นแรงกดดันให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. โดยเร็วที่สุด สำหรับประชาชนที่ต้องการร่วมลงชื่อได้ทางเว็บไซต์ iLaw.or.th

Advertisement