‘องอาจ’ฟันธง! คสช.ยังไม่ได้ดั่งใจ อาจส่งข้อเสนอกลับให้ส.ว.สรรหามีอำนาจซักฟอก

23.03.16 | 13:28 น.

“องอาจ” ชี้ กรธ.หาทางเบี่ยงเลี่ยงแรงปะทะ จับตาโค้งสุดท้าย 29 มี.ค. เชื่อคสช.ยังไม่ได้ดั่งใจอาจส่งข้อเสนอกลับหวังให้ส.ว.สรรหามีอำนาจซักฟอก วอนทบทวนให้อำนาจปชช.มีส่วนร่วมมากกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ได้พิจารณาข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญว่า ผลที่ออกมาไม่ได้เป็นการพบกันครึ่งทาง แต่เป็นความพยายามหาทางเบี่ยงเลี่ยงแรงปะทะกับ คสช.โดยตรง โดยยังคงจุดยืนของ กรธ.ไว้ระดับหนึ่งดังนี้ 1.กรณีการเลือกนายกรัฐมนตรี กรธ.ยังยืนยันหลักการที่ให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อเหมือนเดิม แต่หากสภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกฯ จากชื่อที่เสนอไม่ได้ กรธ.ก็หาทางเบี่ยงเลี่ยงด้วยการออกแบบกลไกให้มีนายกฯคนนอกได้ตามที่ คสช.ต้องการ เมื่อเป็นดังนี้ โอกาสที่จะมีนายกฯคนนอกจึงมีความเป็นไปได้สูงขึ้น 2.ที่มาของ ส.ว.โดยการสรรหา ซึ่ง กรธ.ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้นำเหล่าทัพ 6 ตำแหน่ง มานั่งเป็น ส.ว. เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ระบุ 6 ตำแหน่งโดยตรง เป็นการหาทางเบี่ยงเลี่ยงว่า ให้ข้าราชการประจำเข้ามาได้ไม่เกิน 6 คนแน่นอนที่สุด ดังนั้นโอกาสที่ผู้นำเหล่าทัพยังเข้ามาเป็น ส.ว.ตามช่องทางนี้ยังมีอยู่เหมือนเดิม

นายองอาจกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่อง ส.ว.สรรหา 250 คน กรธ.ก็ทำตามที่ คสช. เสนอคือ มีกรรมการ 8-10 คน เพื่อเลือก ส.ว. 200 คน ส่วนอีก 50 คน กรธ.ขอเอาตามแบบที่ กรธ.เคยเสนอไว้ แต่สุดท้ายก็ยังต้องไปให้กรรมการที่ คสช. แต่งตั้งมาเลือกอีก 50 คนอยู่ดี เท่ากับว่า คสช.ยังคงมีบทบาทสำคัญในการทำคลอด ส.ว.สรรหา 250 คน สำหรับการที่ไม่ให้ ส.ว. สรรหามีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นถือว่าเหมาะสมที่ กรธ.ยังรักษาจุดยืนไว้ อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ กรธ. ทบทวนอีกครั้งว่า จะให้กลไกใดที่ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมของการได้มาซึ่ง ส.ว.มากขึ้น และ 3.การยืนยันให้ใช้ระบบการเลือกตั้ง ส.ส. แบบจัดสรรปันส่วนผสมด้วยการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้น ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย กรธ.ยืนยันแบบเดิม ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิแสดงเจตนารมณ์อย่างแท้จริง และเปิดโอกาสให้มีการซื้อเสียงมากขึ้น อยากฝากให้ กรธ.ได้ทบทวนเรื่องนี้ด้วย

“การพิจารณาของ กรธ. ครั้งนี้ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อยุติ เพราะ คสช.อาจมีข้อเสนอใหม่ๆ เพิ่มเติม หรือยังยืนยันข้อเสนอเดิมๆ ที่ กรธ.ไม่ยอมพิจารณาให้ เช่น อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่อาจเสนอกลับมาให้ กรธ.พิจารณาอีกครั้งก็ได้ เพราะการที่ คสช. กำหนด ส.ว.สรรหา 250 คนได้ และมีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย น่าจะเป็นความต้องการของ คสช. มากกว่า เราจึงต้องติดตามต่อไปว่า คสช. จะมีท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะสุดท้ายคงต้องไปดูว่า กรธ.จะเขียนบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญออกมาแบบไหนอย่างไรในวันที่ 29 มีนาคมนี้ ซึ่งผมหวังว่า กรธ.จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมอย่างแท้จริงและได้รับการยอมรับจากประชาชน” นายองอาจกล่าว