เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่สนามฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่ 3 อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงถึงข้อเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประเด็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา ว่า ตนไม่ได้ไปว่าใคร เพราะได้พูดไปแล้วว่าอยากมี ส.ว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เพื่อจะได้ปฏิรูปประเทศที่มีมากมาย ซึ่ง 5 ปีคงทำไม่จบ เพราะยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลวางไว้ จะต้องเห็นว่าประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคต เพราะฉะนั้นประเด็น ส.ว.สรรหา คิดว่าจะต้องมี 250 คน และอยากบอกว่าตน คสช. รวมทั้งรัฐบาลไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเลย ซึ่งทาง กรธ.จะดำเนินการอย่างไรก็ว่ากันไป แต่ต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
“ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ทาง คสช.และ ครม. เห็นว่าในช่วงดังกล่าวน่าจะมีกลไกที่เข้ามาแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถ้าสมมุติว่ามันไม่เดินไปตามการปฏิรูปที่วางไว้ เราควรมีกลไกอย่างไร ซึ่งคิดว่าควรมี ส.ว.สรรหาที่เข้ามาดูแล เช่น 6 ตำแหน่งที่เป็นข้าราชการประจำ และเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผมก็อยากให้มีแค่ 6 ตำแหน่ง เพื่อเข้าไปพูดคุย ชี้แจง และพิทักษ์รัฐธรรมนูญให้อยู่ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ต่อไปได้ ส่วนคนอื่นๆ ไม่ต้องการเข้าไป ซึ่งผมคิดเพียงเท่านี้” พล.อ.ประวิตรกล่าว
พล.อ.ประวิตรกล่าวต่อว่า สำหรับที่มา ส.ว.สรรหานั้นต้องมีคณะกรรมการคัดสรรที่จะต้องคัดเลือกมาจากทุกสาขาอาชีพ ทุกหน่วยงาน และไม่อยากให้มีข้าราชการประจำ แต่จะคัดสรรหาจากผู้ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ และความสามารถ รวมทั้งความเก่งทุกๆเรื่อง เพื่อปฏิรูปประเทศ อาทิ ปฏิรูปตำรวจ จะต้องดำเนินการอย่างไร ทั้งด้านบริหาร ด้านการบริการ การบังคับใช้กฎหมาย และสวัสดิการ ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งทาง กรธ.จะคิดอย่างไรก็คิดกันไป เพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ในการปฏิรูป ทั้งนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับ กรธ.เลย ถ้ามาถามตนก็คิดแบบนี้ ซึ่งอะไรที่ คสช.และรัฐบาลคิด ก็เพื่อเป็นประโยชน์ไปอีก 5 ปี
เมื่อถามว่า ส.ว.สรรหาจะมีทหาร หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมไม่ทราบ แต่คงจะคัดมาทุกสาขาอาชีพ” เมื่อถามว่า กรธ.รับข้อเสนอเพียงครึ่งเดียว จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องครึ่งทาง แต่เราคิดว่าทำทั้งหมดเพื่ออนาคตในอีก 5 ปี อีกทั้งไม่ใช่เรื่องต่อรองกันใดๆ เพราะเรื่องบ้านเมืองไม่ใช่เป็นการต่อรอง แต่ต้องดูที่ว่าอะไรเป็นสิ่งเหมาะสมมากกว่า และอะไรที่ทำให้บ้านเมืองเจริญ และสงบก็ต้องทำให้ชัดเจน

