นายกฯ ยินดีร่วมมือกับ UN เผยแพร่แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ย้ำไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี-แผนพัฒนาฯฉบับที่12 ปูทางสู่ความยั่งยืน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้การต้อนรับ น.ส.เดียร์ดรา บอยด์ (Ms. Deirdre Boyd) ผู้ประสานงานสหประชาชาติและผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชม น.ส.เดียร์ดรา ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง และไทย พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งสหประชาชาติและไทยยังร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ผู้ประสานงานสหประชาชาติได้กล่าวชื่นชมการพัฒนาของประเทศไทย โดยเฉพาะการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และความสำเร็จของไทยในการเป็นประธานกลุ่ม G77 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเพิ่มเติมว่า SEP มีส่วนสำคัญให้ไทยบรรลุเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ได้ พร้อมทั้งแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จให้แก่มิตรประเทศที่สนใจ และไทยเห็นว่าทางสหประชาชาติมีศักยภาพที่จะเป็นหุ้นส่วนในการจัดทำเอกสารเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีของการนำ SEP ไปประยุกต์ใช้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังเห็นตรงกันถึงความสำคัญของการบรรลุ SDGs โดยต้องการให้ SDGs สามารถเข้าถึงประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ซึ่งไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่จะช่วยปูทางไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งรัฐบาลมีแนวทางการดำเนินงานตามกลไกประชารัฐ ในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนรวมทั้งทีมงานสหประชาชาติ เพื่อขับเคลื่อนการบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน พ.ศ. 2573 โดยเฉพาะการขับเคลื่อนผ่านกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนระหว่างไทยกับสหประชาชาติ (UNPAF) ฉบับปี พ.ศ. 2560 – 2564
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ผู้ประสานงานสหประชาชาติได้แสดงความยินดีที่ได้ร่วมทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย โดยเฉพาะการดำเนินโครงการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ (Government Innovation Lab) ร่วมกับ ก.พ.ร. โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถยกระดับและขยายความร่วมมือให้ใกล้ชิดและครอบคลุมหลายมิติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทด้านการพัฒนาและสนองต่อความต้องการของประเทศ พร้อมทั้งตั้งใจที่จะผลักดันกรอบความร่วมมือที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป
พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ทั้งสองฝ่ายยังแสดงความยินดีที่จะมีการเปิดสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเพื่อความร่วมมือใต้-ใต้ (UNOSSC) และแผนการจัดตั้ง Innovation Center ของภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องและสามารถสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 โดยต่างขอให้สนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน

