สปท.สายท็อปบู๊ต แห่รับลูก กรธ.ปรับกติกาที่มาส.ว. “บิ๊กเยิ้ม” เชื่อ ได้คนดี-ไร้ล็อบบี้ ขณะที่ “นคร” ชม คณะกรรมการฯ ฉลาด โยนคสช.รับผิดชอบตั้ง คกก.เฟ้นสรรหา
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ปรับเปลี่ยนข้อเสนอการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้มีส.ว.จากการสรรหา 200 คน และมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม 50 คน ว่า ถือรับได้และมีความเหมาะสม แม้จะมีส.ว.เลือกตั้งทางอ้อม 50 คน ผสมเข้ามาก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าใกล้เคียงกับส.ว.สรรหา ทุกอย่างต้องเดินสายกลาง ขณะนี้ไม่อยากให้ไปมองภาพรวมว่าจะมีประชาธิปไตยเต็มใบหรือไม่ เนื่องจาก ส.ว.สรรหาที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นผู้มีอาวุโส มีความรักชาติ และเชื่อว่า การสรรหาส.ว.เช่นนี้ จะเลือกคนที่มีคุณภาพ เป็นของจริงแน่นอน โดยไม่มีการล็อบบี้ เพราะทุกคนมาด้วยศักดิ์ศรี เพื่อเข้ามาช่วยดูแลประเทศ ส่วนที่กรธ.ยังคงยืนยันให้ใช้ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว และยืนยันให้พรรคการเมืองต้องเปิดเผยชื่อบุคคล 3 คน ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีล่วงหน้านั้น แม้กรธ.จะไม่แก้ไขให้ทั้งหมด ก็คงไม่มีปัญหา เพราะไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไร
ขณะที่ พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสปท. และอดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เนื้อหาที่กรธ.ปรับแก้ในส่วนที่มาส.ว.ให้มีส.ว.สรรหา 200 คน และส.ว.เลือกตั้งทางอ้อม 50 คน ถือว่าเหมาะสม เพราะช่วยให้กรธ.สามารถทดสอบระบบเลือกตั้งส.ว.ทางอ้อม ที่กรธ.ยกร่างมาว่า จะเวิร์กหรือไม่ และยังช่วยเปรียบเทียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่า ที่มาส.ว.ระบบใดจะเหมาะกว่ากัน ระหว่างส.ว.สรรหาของคสช. กับ ส.ว.เลือกตั้งทางอ้อมของกรธ. ตนมองว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ควรมีส.ว.เข้ามาเป็นกลไกช่วยประคับประคองบ้านเมือง เพื่อเข้ามาถ่วงดุลการทำหน้าที่ส.ส. หากปล่อยให้เป็นไปตามระบบเดิม หลังเลือกตั้งทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งหลังจากนี้คสช.จะต้องไปตั้งคณะกรรมการสรรหา 8-10 คน ที่มีคุณสมบัติเป็นกลาง ได้รับการยอมรับจากประชาชน โดยสัดส่วนของส.ว.สรรหา 200 คน ควรกระจายไปทุกกลุ่มอาชีพ หากให้มีทหารเข้ามาจำนวนมากเหมือนกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) อาจจะไม่ได้รับการยอมรับ ถือเป็นความฉลาดของกรธ.ที่โยนเรื่องการแต่งตั้งส.ว.สรรหา ให้คสช.เป็นผู้รับผิดชอบ

