‘องอาจ’ ซัด กมธ.ส.ส. เลื่อนเลือกตั้ง 90 วันสอดรับคำสั่ง คสช.ฟังไม่ขึ้น!

21.01.18 | 11:56 น.
แฟ้มภาพ

‘องอาจ’ ซัด กมธ.ส.ส. เลื่อนเลือกตั้ง 90 วันสอดรับคำสั่ง คสช.ฟังไม่ขึ้น! แฉรัฐยังใช้ประชานิยมอัดไม่เต็มเม็ดกลัวสร้างฐานนิยม ปชช.ยังไม่เต็มที่ ทำให้ส่งซิกถึง สนช.หาทางยื้อเวลา


เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอปรับแก้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ว่า การที่มีคนของรัฐบาลออกมาบอกว่าเรื่องนี้เป็นดุลพินิจของกรรมาธิการฯ และ สนช. เพราะรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาประเด็นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ ให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เพราะกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.เป็นกฎหมาย 1 ใน 4 ฉบับของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจนว่า เมื่อกฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้เสร็จเรียบร้อยมีผลบังคับใช้ก็จะเข้าสู่การเลือกตั้ง

“ถ้าผู้มีอำนาจต้องการขยายเวลาการเลือกตั้งออกไปก็ต้องใช้ช่องทางของการออกกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ให้ต่อท่ออำนาจออกไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะจัดการทุกอย่างตามแผนให้เข้าที่เข้าทาง เพราะนอกจากจะแต่งตัวพรรคใหม่ยังไม่เสร็จแล้ว การอัดฉีดเม็ดเงินลงไปในพื้นที่ด้วยหลากหลายโครงการประชานิยมในรูปแบบประชารัฐ บวกไทยนิยม ที่ถมลงไปก็ยังออกดอกออกผลไม่เต็มที่พอที่จะกระชากความศรัทธาของประชาชนต่อผู้มีอำนาจให้เพิ่มมากขึ้นจนมั่นใจได้ว่าหนทางข้างหน้าจะปูด้วยกลีบกุหลาบ ด้วยเหตุผลนี้เองจึงน่าจะมีความเป็นไปได้ที่ผู้มีอำนาจจะส่งซิกไปยัง สนช.ให้ขยายเวลาเลือกตั้งออกไปเพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามเป้าหมาย” นายองอาจกล่าว

เมื่อถามว่า โฆษกคณะกรรมาธิการฯร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. บอกว่าที่ขยายเวลามีผลบังคับใช้ตามกฎหมายออกไปอีก 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช.ที่ 53/2560 ที่กำหนดกระบวนการทางธุรการของพรรคการเมืองใหม่ที่จะเริ่มเดือนมีนาคมนี้ รวมทั้งการรีเซตสมาชิกพรรคของพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว นายองอาจกล่าวว่า เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าผู้มีอำนาจไม่เข้ามายุ่งกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ด้วยการใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งที่ขัดรัฐธรรมนูญ เอื้อประโยชน์ให้พรรคที่จะจัดตั้งใหม่ และบอนไซพรรคที่มีอยู่แล้ว โดยปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามปกติ หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้เมื่อหลายเดือนก่อนก็คงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องใช้ช่องทางการขยายเวลาเลือกตั้งออกไปผ่านการทำกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ดังนั้น ขอฝากไปยังผู้มีอำนาจว่าการดำเนินการทางการเมือง เพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้เป็นไปในลักษณะเอาสีข้างเข้าถูมากขึ้นเรื่อยๆ เกรงว่าถ้าเอาสีข้างเข้าถูเพิ่มมากขึ้น นอกจากสีข้างจะถลอกแล้วระวังจะถลอกไปทั้งตัว และควรเอาเวลาที่มาคิดแผนแก้เกมอำนาจไปแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนที่ยังร้องระงมกันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองขณะนี้ น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนคนหาเช้ากินค่ำมากกว่า

Advertisement