หมายเหตุ… พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ถึงทิศทางการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จชต. ภายใต้กรอบผู้แทนพิเศษฯ
๐ความรู้สึกหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล
ผมภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภารกิจที่ได้รับเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักอย่างยิ่ง เรียกว่างานสำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานเลยก็ได้ ก่อนหน้านั้นเป็นรองหัวหน้าผู้แทนพิเศษฯสมัย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษฯ มีโอกาสได้ติดตามงานและดำเนินงานต่อเนื่อง เมื่อ ครม.แต่งตั้งก็ได้ทบทวนงานและมีหลักการทำงานคือทำงานเป็นทีม เพราะคณะผู้แทนพิเศษฯ มีทั้งหมด 13 คน เป็นผู้มีคุณวุฒิ มีปะสบการณ์ มีความสามารถ วิสัยทัศน์ดีมาก ดังนั้นการทำงานโดยมีความเห็นร่วมกันเป็นทีม หน้าที่คณะผู้แทนพิเศษ ฯมี 3 เรื่อง 1.การประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลางคือ ครม. กระทรวง ทบวง กรม เพื่อขับเคลื่อนงานให้เป็นระบบตามนโยบายบริหารงานและแก้ไขปัญหา จชต. 2.บทบาทการแนะนำ เพราะการเข้าพื้นที่ต้องพบกับหน่วยงานราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชน 3.สรุปรายงานต่างๆ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ได้รับทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำเสมอให้ขับเคลื่อนงานให้เป็นระบบการพัฒนาและบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้เกิดสันติสุขได้อย่างยั่งยืนตามกำหนดตามแผนงาน
รัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลาไว้แล้วในปี 2560-2562 เรื่องการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหลักในการพิจารณาการดำเนินงาน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่ทุกคนตระหนักและทำงานมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีการกำหนดแนวความคิดการทำงานเป็นเรื่องหลัก เช่น การใช้หลักสันติวิธี เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความเห็นในเรื่องนี้ที่ตรงกันของทุกฝ่าย สมัยตอนเป็นรองผู้แทนพิเศษฯมีโอกาสไปพบนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ประโยคแรกที่ท่านได้ให้ข้อแนะนำ คือ ขอให้แก้ปัญหา จชต. ด้วยแนวทางสันติวิธี นี่คือหลักสำคัญเรื่องแรกที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อน และทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญร่วมกัน เรื่องที่ต้องทำให้เกิดให้ได้คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความสำเร็จ ทั้งภาครัฐ เอกชน มีบทบาทสำคัญที่มีข้อคิดเห็นเป็นประโยชน์ ในมิติด้านเศรษฐกิจการพัฒนาพื้นที่ไปสู่การมีรายได้ มีอาชีพ เป็นไปตามความต้องการของประชาชน ภาคประชาสังคมที่มีประมาณ 500 กว่าองค์กรก็มีส่วนให้ข้อคิดเห็นเสนอแนะเช่นกัน โดยมีการพบปะผู้นำในชุมชนเป็นห้วงๆ หรือแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มาพบด้วยตนเองเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 ในการประชุม ครม.นอกสถานที่จังหวัดปัตตานี มีผู้นำศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ ผู้แทนองค์กรส่วนท้องถิ่น นายกเทศมนตรี ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งภาคประชาชนและผู้แทนนักศึกษา แม้แต่สื่อมวลชนเองก็ตาม ถือเป็นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ พื้นฐานในภาคใต้เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของตนเอง ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องยึดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างรู้รักสามัคคีเป็นพื้นฐานสำคัญเช่นเดียวกัน ประการสุดท้าย คือ การทำงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ สิทธิมนุษยชน ทุกเรื่องเหล่านี้เป็นข้อคิดการทำงานให้เกิดทุกมิติ ด้านมั่นคง การพัฒนา เสริมสร้างความเข้าใจ รับรู้ข่าวสารข้อมูลเพื่อหลอมรวมให้เป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
๐รับไม้ต่อตำแหน่งหัวหน้าผู้แทนพิเศษฯ จาก พล.อ.อุดมเดช มีนโยบายใดเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่
ไม่มีอะไรเปลี่ยน ผมเป็นรองผู้แทนก่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้าผู้แทนฯ คนก็คนเดิม ระบบงานต่างๆ สมัย พล.อ.อุดมเดช ได้วางระบบงานพื้นฐานไว้อย่างเข้มแข็ง ทั้งโรดแมปของผู้แทนพิเศษฯ การวางแผนงาน ความรับผิดชอบในการประสานงานของ 7 กลุ่มภารกิจเพื่อการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา จชต.ไม่มีเปลี่ยนแปลง ผมเองรับผิดชอบกลุ่มภารกิจที่ 4 การศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เมื่อเป็นหัวหน้าผู้แทนพิเศษฯ ผมยังรับผิดชอบกลุ่มที่ 4 อยู่ต่อเนื่อง
๐นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้าผู้แทนฯแล้วได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ
ได้กำชับเรื่องความสำเร็จ จะมุ่งมั่นและมั่นใจให้เกิดขึ้น ให้ข้อคิดที่สำคัญมากคือ 1.ความเพียร ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากความเพียรพยายาม มุ่งมั่น ตั้งใจ เจตนารมณ์ เป็นหลักสำคัญนำไว้ให้เกิดความสำเร็จ 2.เรื่องความร่วมมือ เป็นนโยบายของรัฐบาล 3.เมื่อความเพียร ความร่วมมือรวมกัน จะได้มาซึ่งกลไกประชารัฐ เป็นนโยบายสำคัญมากจากความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และทุกภาคส่วน เพราะความร่วมมือจะทำให้เกิดกลไกประชารัฐ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังบอกว่า การทำงานของรัฐบาลปี 2561 จะเป็นปีแห่งความสำเร็จ จะเกิดขึ้นได้ด้วยองค์ประกอบหลายประการร่วมกัน
๐ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ได้ทำงานมาหนึ่งปีเศษนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้ง มีสิ่งใดสำเร็จและมีความก้าวหน้าบ้าง
ในภาพรวมเห็นผลถึงความประเมินความพึ่งพอใจ เห็นความก้าวหน้าของโครงการแผนงานต่างๆ ความสำเร็จของกระทรวง ทบวง กรม ที่ทำงานในพื้นที่ จชต.เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ การแก้ไขปัญหาของฝ่ายความมั่นคง มีความก้าวหน้า ผมสามารถตอบได้ว่า ความสำเร็จในด้านการศึกษาในพื้นที่ จชต. เป็นความสำเร็จทีละส่วน อาจยังไม่ถึงปลายสุดท้ายที่เราต้องการ ตรงนั้นมีการประเมินหลายระดับ ดูจากความพึ่งพอใจของประชาชนถึงการทำงานของรัฐบาล ผมเน้นเรื่องการศึกษาจะมีความพึงพอใจสูงขึ้น จากการสำรวจเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมาร้อยละ 60 % มีมากถึงปานกลาง และมากสุดถึง 80 % ส่วนการสำรวจเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา ขยับเป็น 90 % ในกลุ่มตัวอย่างเท่ากัน ความรู้ รายได้ เพศ การศึกษา อาชีพ มีเชิงประจักษ์เรื่องสถิติ ที่เห็นชัดคือความพยายามในการทำงานของบุคลากรครู ผู้บริหารการศึกษา มีความก้าวหน้ามากขึ้นทั้งการสร้างโอกาส ความเท่าเทียมทั่วถึง สังคมแห่งการเรียนรู้ คะแนนเด็กนักเรียนดีขึ้นเป็นลำดับ โดยฟังรอผลจบปีการศึกษา 2560 ถ้ามองที่มุมมองโอเน็ต เห็นได้ชัด นอกจากนี้มีคณะกรรมการประเมินผลในภาพรวมเปรียบเทียบกับจังหวัดในภาคอื่น ประมาณกุมภาพันธ์ มีนาคมนี้จะทราบผล หากดีขึ้นเทียบกับภาคอื่นได้อย่างไร เมื่อ 3 ปีก่อนพื้นที่ จชต.ถือว่าด้อยกว่าทุกมุม ทุกเรื่อง
๐ปัจจุบันประเมินสถานการณ์ จชต.อย่างไร
เป็นเรื่องที่ผู้แทนพิเศษฯมุ่งหวัง แม้จะเป็นการประเมินตามหลักก็ตาม คิดว่าความเข้าใจจากการสร้างการรับรู้ของภาครัฐ เจ้าหน้าที่ และได้รับความรู้ ผมยืนยันมีมากขึ้นโดยลำดับ เห็นได้จากพี่น้องประชาชนมีความเข้าใจการทำงานของภาครัฐ เกิดความร่วมมือขึ้นในมิติความมั่นคง มิติเศรษฐกิจ มิติด้านสังคม แม้กระทั่งสภาพแวดล้อม ผมคิดว่าจากการพัฒนาการในทางที่ดี มีประชาชนออกมาค้าขายมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น พัฒนาด้านเศรษฐกิจโดยแก้ปัญหาเดิมๆ ให้ลุล่วงผ่านไปทีละส่วน ประเมินว่า ปี 2561 จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันผู้แทนพิเศษฯได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานราชการในพื้นที่เป็นอย่างดี ไม่ใช่เสือกระดาษตามที่หลายฝ่ายห่วง เพราะผู้แทนพิเศษฯ มีบทบาทที่ชัดเจน มีหน้าที่ประสานงาน ดังนั้นทุกท่านที่เป็นผู้แทนพิเศษฯทราบและเข้าใจดีถึงบทบาทหน้าที่ การประสานงานเมื่อลงพื้นที่จะเป็นการติดตามงานและรับทราบความก้าวหน้า ไม่ใช่ไปสั่งงานกับหน่วยงานอื่น มีเรื่องใดที่จะช่วยเหลือแนะนำในเชิงของผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจเพื่อให้การประสานงานแน่นแฟ้นทำงานประสานสอดคล้องกันก็จะทำในเชิงให้คำแนะนำ เมื่อได้ข้อมูลจะมีการสรุปโดยประชุมเป็นห้วงๆ 1 สัปดาห์ประเมินข้อมูล และ 1 เดือนประชุมเต็มระบบพร้อมสรุปรายงานให้นายกฯและรองนายกฯ มีส่วนใดที่ต้องประสานงานกลุ่มภารกิจในพื้นที่และส่วนกลางก็จะดำเนินการ ดังนั้นยืนยันว่าบทบาทหน้าที่ผู้แทนพิเศษฯแต่ละกลุ่มชัดเจน
นายกฯได้ย้ำมากเรื่องการทำงานของทุกส่วน ในการน้อมนำพระบรมราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น้อมนำศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ย้ำต่อ ครม. และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่ง ครม.ได้มาถ่ายทอดให้ผู้แทนพิเศษฯทุกท่านได้ดำเนินการตั้งแต่รับหน้าที่ใหม่ๆ จะมีแนวทางการทำงานด้วยสติปัญญา เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใช้องค์ความรู้ ประสบการณ์ มาดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อน เพราะนายกฯประกาศปี 2561 แก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนนี้ได้เน้นย้ำในพื้นที่
๐สำหรับการพูดคุยสันติสุขได้ให้คำแนะนำ พล.อ.อักษรา เกิดผล คณะทำงานผู้แทนพิเศษฯ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไร เพราะทำงานร่วมกันอยู่แล้ว โดย พล.อ.อักษรา ได้ทำงานมีความคืบหน้าไปมากตามลำดับ บางเรื่องเป็นเรื่องของคณะพูดคุย จะขยายถ่ายทอดได้ในระดับเท่าที่ทำได้เท่านั้น แต่ผมยืนยันว่ามีความก้าวหน้า ขอให้สังคมเข้าใจร่วมกันตรงนี้ด้วย

