เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย และรับเชิญเป็นแขกเกียรติยศร่วมกับผู้นำอาเซียน ในงานวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดีย ครั้งที่ 69 ระหว่างวันที่ 25-26 มกราคมนี้ ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย เป็นข้อริเริ่มของอินเดียที่มุ่งประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอินเดียและอาเซียน
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า โดยเมื่อการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดียและการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ที่กรุงมะนิลาที่ผ่านมา อินเดียได้เสนอแนวคิดอินโด-แปซิฟิก เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของอาเซียนที่ต้องการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนและอินเดีย ในฐานะแหล่งผลประโยชน์ทั้งด้านการค้า การลงทุน และด้านการทูตให้กับประชาคมอาเซียน ในโอกาสนี้ อินเดียยังได้เชิญผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ชาติ เป็นแขกเกียรติยศในงานวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดียในวันที่ 26 มกราคมนี้
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า การประชุมฯครั้งนี้ เอกสารผลลัพธ์สำคัญ คือ ปฏิญญาเดลี ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับภาพรวมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนและอินเดีย ทั้งมิติการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันและการลดช่องว่างด้านการพัฒนา ทั้งนี้ ไทยได้สนับสนุนให้หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและอินเดียพัฒนาให้เต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของอาเซียนและอินเดีย สร้างเสถียรภาพและความสมดุลในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก
พล.ท.วีรชนกล่าวว่า นายกฯเชื่อมั่นว่านโยบายรุกตะวันออก (Act East Policy) ของอินเดียสามารถดำเนินคู่ขนานไปกับแนวทางของไทยที่มีนโยบายมุ่งตะวันตก (Look West Policy) ซึ่งอินเดียเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สำคัญของไทย ทั้งการค้า การลงทุน และยังเป็นตลาดท่องเที่ยวที่สำคัญ ขณะเดียวกันไทยเองก็เป็นจุดเชื่อมโยงกายภาพระหว่างอินเดียและอาเซียน ทั้งทางบก ผ่านโครงการถนนสามฝ่าย (อินเดีย-เมียนมา-ไทย) และทางทะเล อาทิ โครงการท่าเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายด้วย สำหรับภารกิจของนายกฯ นั้น ประกอบด้วย การหารือทวิภาคีกับนายนเรนทร โมที (Mr. Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย และกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย อย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) และการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย เต็มคณะ (Plenary) รวมทั้งเป็นแขกเกียรติยศร่วมกับผู้นำชาติอาเซียนในวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดียด้วย

