วันนี้ (23 ม.ค.) นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ขช้อความแสดงความเห็น เรื่องนาฬิกา ฟาดลุงป้อม ให้ตกเก้าอี้ได้หรือ? โดยระบุว่า
1. ปัญหาทางกฎหมาย ชัดเจนว่าการแจ้งบัญชีทรัพย์สินนั้น จะต้องเป็นเจ้าของ หากไม่ใช่เจ้าของก็ไม่ต้องแจ้ง และ วาระของการแจ้งนั้นก็ต้องแจ้ง เมื่อเข้ารับตำแหน่ง เมื่อพ้นจากตำแหน่งและเมื่อครบ 1 ปีหลังจากพ้นจากตำแหน่ง ดังนั้น การจะกล่าวหาว่าไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินจึงต้องเป็นไปตามเกณฑ์ตรงนี้ก่อน แล้วมันเป็นตามเกณฑ์นี้หรือยังล่ะครับ ?
2. เมื่อวานนี้ นายพลเอก บิ๊กกี่ เพื่อนซี้ลุงป้อม ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์เปิดเผย เรื่องความสัมพันธ์ ตั้งแต่วัยเด็ก ระหว่างลุงป้อมกับนายปัฐวาท ซึ่งถือว่าเป็นเซียนนาฬิกาขาใหญ่ของประเทศ ก็ชัดเจนว่า ผู้นิยมเล่นนาฬิกาหรูนั้น เขามีกระบวนการ เวียนกันใช้เวียนกันใส่ และความจริงมันก็มีอยู่ เป็นแต่ว่าคนที่รู้ไม่พูด สักวันหนึ่งเมื่อหลักฐานความเป็นเจ้าของ เปิดเผยในบัญชีทรัพย์มรดกในศาล ซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ตามกฎหมาย ก็คงจะเงิบกันบ้างล่ะครับ
3. ผมสังเกตมาตั้งแต่ต้นแล้ว ว่า มีการโหมกระแสเรื่องนาฬิกาจนผิดสังเกต และขณะนี้ สื่อต่างประเทศที่เขาเรียกว่าสื่อแร้งก็เริ่มโหมประโคมด้วย จึงทำให้ภาพของไอ้โม่ง ที่อยู่เบื้องหลังค่อยๆ แง้มหน้ามาให้เห็นและคงโผล่ชัดขึ้นมาเรื่อยๆ
4.เป็นธรรมดา จะล้ม คสช. ก็ต้องล้มลุงป้อมเสียก่อน แต่เรื่องนาฬิกาจะล้มลุงป้อมได้หรือ
ทว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนราคาแพงว่า การใช้คนมากและน้อยนั้นไม่สำคัญ ความสำคัญอยู่ที่ มียอดขุนพลที่จะค้ำจุนแผ่นดินหรือไม่ ก็ขนาดแค่เรือรั่ว มีใครช่วยอุดไหมละครับไม่ต้องพูดถึง การเลี้ยงงูเห่าไว้ข้างตัว ไหนเลยจะนอนตาหลับ ลุงป้อมถูกเขาเล่นงานมาเป็นเดือน ก็ต้องชมบิ๊กกี่ ที่กล้าหาญ ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้

