หน้าแรก การเมือง ปานเทพ ชี้ หั...

ปานเทพ ชี้ หัวใจปฎิรูปประเทศป้องกันทุจริต คือต้องเปิดกว้างปชช.ร่วม

24.01.18 | 17:24 น.

ปธ.คกก.ปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ย้ำการเปิดกว้างให้ปชช.มีส่วนร่วมปฏิรูปย้ำเป็นหัวใจสำคัญ นำไปสู่การปฎิบัติ ลดทุจริต คอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต


เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ถนนพิษณุโลก นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมด้วย พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ แถลงถึงความคืบหน้าแผนงานปฏิรูปด้านการทุจริตว่า ขณะนี้แผนเสร็จแล้ว และส่งสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อดำเนินการรวบรวมแผนทั้ง 11 ด้านก่อนจะประชาสัมพันธ์และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น โดยแผนดังกล่าว ได้พูดถึงภาพรวมการทุจริตในประเทศที่เกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ 1. โครงสร้างประเทศที่มีการเมือง เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งระบบงานภาครัฐที่ยังอ่อนแอ ทำให้เอื้อต่อการทุจริต 2.สภาพปัญหา กลไกของภาครัฐ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่อยู่ในกรอบธรรมาภิบาล รวมถึงไปถึงการประพฤติมิชอบ และ 3. การทุจริตในประเทศที่ยังมีจำนวนมาก

นายปานเทพ กล่าวว่า โดยแผนของคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 คณะจะกล่าวถึง “ผลอันพึงประสงค์” ที่ต้องการให้เกิดเมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นว่าจะมีแผนอย่างไร ซึ่งในส่วนของการปฏิรูปด้านการปราบปรามการทุจริตและประพฤติไม่ชอบ มีแผนการดำเนินงานใน 4 มาตรการ โดยประกอบด้วย 1.มาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง ที่ต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการชี้เบาะแสเมื่อมีการกระทำความผิด และร่วมต่อต้านการทุจริต โดยจะให้อำนาจประชาชนดำเนินการดังกล่าว และให้รัฐหามาตรการคุ้มครองด้วย

นายปานเทพ กล่าวว่า 2.มาตรการป้องปราม ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนยึดเรื่องความสุจริตเป็นที่ตั้ง เปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ดำเนินการโดยมีธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์และสุจริตรวมไปถึงภาคเอกชนที่ต้องปฏิบัติภารกิจของตนเองตามหลักการปฏิบัติกิจการที่ดี เป็นแนวร่วมไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องระมัดระวังให้อยู่ในกรอบธรรมาภิบาล โดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการ หากปล่อยให้เกิดการทุจริตต้องรับผิดชอบ ซึ่งในกรณีนี้ มีคำสั่งคสช.ที่69/2557 อยู่แล้ว ซึ่งคำสั่ง คสช.ยังอยู่ตลอดไป ถ้าไม่เปลี่ยนก็ยังเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ไปตลอด แต่ในส่วนนี้พยายามเอาคำสั่งมาเปลี่ยนเป็นกฎหมาย ซึ่งไม่ทราบว่าจะทันในสมัยของ คสช.หรือไม่ แต่ก็มีมาตรการทางวินัยอยู่แล้ว

Advertisement

3.มาตรการปราบปราม ต้องการให้มีการยกระดับ ปฏิบัติอย่างจริงจัง และเคร่งครัด รวมถึงเร่งรัดติดตามทรัพย์สินต่างๆ ที่เกิดจากการทุจริตทั้งในและต่างประเทศ มีการบูรณาการฐานข้อมูลการทุจริตอย่างรวดเร็ว และ 4.มาตรการบริหารจัดการ เร่งรัดให้มีองค์เข้ามาดูแลในระดับนโยบาย ยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงาน