เมื่อวันที่ 24 ม.ค. แหล่งข่าวอัยการ กล่าวถึงกรณีกลุ่มแกนนำและแนวร่วม กปปส. อีก 34 ราย ที่ยังไม่มารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งฟ้องคดีในวันนี้ (24 มกราคม) ว่า หลังจากที่ผู้ต้องหาทั้ง 34 ราย ได้มีหนังสือแจ้งขอเลื่อนเข้ามาด้วยหลายเหตุผลแตกต่างกันไป ล่าสุดคณะทำงานอัยการที่มีนายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานคดี กปปส. ร่วมพิจารณากันแล้วเห็นว่า จะต้องให้ผู้ต้องหายื่นเอกสารมาแสดงเพิ่มเติมชี้แจงเหตุจำเป็นก่อน ดังนั้นจึงแจ้งผู้ต้องหาทั้งหมดต้องยื่นเอกสารเข้ามาเพิ่มโดยไม่ล่าช้า อัยการจะพิจารณาแล้วนัดให้มารายงานตัวเพื่อสั่งคดีทันกับคดีที่ศาลอาญานัดพร้อม 9 แกนนำ กปปส.ในวันที่ 19 มี.ค. นี้ ที่ฟ้องไปแล้ว เพราะคดีเนื้อหาเดียวกัน พยานหลักฐานเดียวกัน
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า โดยคดีที่ฟ้อง 9 แกนนำนี้ เราจะไม่ขอศาลรวมกับคดีที่ได้ยื่นฟ้องนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายสกลธี ภัททิยกุล, นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ และนายเสรี วงศ์มณฑา 4 แนวร่วมที่ฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปี 2557 เนื่องจากสำนวนนั้นศาลได้สืบพยานโจทก์ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ในส่วนของผู้ต้องหาที่เหลือ 34 คน อัยการจะพยายามรวมฟ้องไปทั้งหมดกับ 9 แกนนำ เพราะเนื้อหาและหลักฐานเดียวกันก็จะได้ไม่ต้องแยกสืบพยานทำให้เสียเวลาไปอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี จนกระทั่งสิ้นสุดเวลาราชการ 16.30 น. ก็ไม่ปรากฏว่าแกนนำหรือแนวร่วม กปปส. ที่เหลือจำนวน 34 คน จะมาพบอัยการเพื่อฟังคำสั่ง ซึ่งมีรายงานแจ้งในกลุ่มผู้ต้องหาบางส่วนที่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเหตุผลที่ขอเลื่อนนัดแล้ว อัยการได้นัดให้มารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ส่วนที่ยังต้องรอเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมก็ให้เร่งดำเนินการ เพื่อให้นัดรายงานตัวได้พร้อมกันทั้งหมด

