ไม่ว่าการจัดรายการ”สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า”ของ นายวิษณุ เครืองาม ที่ทำเนียบรัฐบาล
ไม่ว่าการประชุมสนช.วาระ 2 ต่อพรป.เลือกตั้งส.ส.
ล้วนเป็นการเคลื่อนไหวที่มีคุณูปการเป็นอย่างสูงต่อพัฒนา การประชาธิปไตยในประเทศ
ทำให้รู้ซึ้งถึง “ประชาธิปไตยไทยนิยม”
ทำให้รู้ซึ้งมากยิ่งขึ้นว่าเหตุใดจึงมีการเลือนแล้วเลื่อนอีก”โรด แมป”เลือกตั้ง
ไม่ว่า”ปฏิญญาโตเกียว” ไม่ว่า”ปฏิญญาทำเนียบรัฐบาล”
ที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ ได้ตระหนักในความเป็นจริงของคำขวัญ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”ว่าเป็นอะไรกันแน่
เราจะทำตาม”สัญญา” ขอ “เวลา”อีกไม่นาน
เหมือนกับที่เคลื่อนไหวกันตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยา
ยน 2549 และก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ปัญหาจะมาจาก “นักการเมือง”
เพราะอย่างน้อยสมาชิกสนช.ที่อภิปรายระหว่างพิจารณาร่างพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในวาระที่ 2 ไม่ว่า พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต ไม่ว่า นายสมชาย แสวงการ เป็นต้น
ก็พุ่งปลายหอกเข้าใส่ “นักการเมือง”และ”พรรคการเมือง”
แต่ความเป็นจริงที่มองเห็นผ่านการพิจารณาร่างพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ตลอดจนการอธิบายของ นายวิษณุ เครืองาม ทำให้ประจักษ์ว่า
”นักการเมือง”และ”พรรคการเมือง”น่าจะเป็น”ปลายเหตุ”
สาเหตุจริงๆน่าจะอยู่ที่ความไม่พร้อมของคสช. ความไม่พร้อมของ “แม่น้ำ 5 สาย”ที่จะเห็น”การเลือกตั้ง”เกิดขึ้นในเวลาที่ไม่สมควรมากกว่า
จึงแทบไม่มี”หลักประกัน”ว่า “การเลือกตั้ง”จะเกิดขึ้นเมื่อใด
คำถามจากผู้สื่อข่าวที่เสนอต่อ นายวิษณุ เครืองาม ครั้งแล้วครั้งเล่าสะท้อนอะไร
คำตอบ คือ สะท้อนความไม่มั่นใจ
ในเมื่อ”ปฏิญญาโตเกียว”ก็ถูกเลื่อนมาแล้ว ในเมื่อ”ปฏิญญา นิวยอร์ค”ก็ถูกเลื่อนมาแล้ว ในเมื่อ”ปฏิญญา ทำเนียบขาว”และล่าสุด “ปฏิญญา ทำเนียบรัฐบาล”ก็ถูกเลื่อนมาแล้ว
แล้วจะเหลืออะไรให้”มั่นใจ”อีกต่อไป

