‘ปลัดมท.’ชี้แผนพัฒนาจังหวัดจำเป็นต้องมีโดยเร็วเพื่อผู้ว่าฯ-นอภ.จะได้สามารถทำงานบูรณาการกับทุกภาคส่วนได้
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีการจัดการสัมมนาเชิงวิชาการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ : การเสริมสร้างธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชนของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและสถาบันพระปกเกล้า โดยนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในสภาวะปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง วันนี้การที่มีสภาปฏิรูปประเทศขึ้นมานั้นก็เพื่อที่เราจะได้ทำการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ ข้าราชการที่ทำหน้าที่ไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่ กทม.เท่านั้น แต่ยังมีลงไปในส่วนของจังหวัด และอำเภอด้วย กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นตันสังกัดของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ จึงได้กำหนดนโยบายและแนวทางต่างจากกระทรวงอื่น โดยผู้ว่าราชการจัดหวัดต้องรู้งานในหน้าที่ของตนเอง และงานของผู้อื่นเพื่อดำเนินการบูรณาการงานในพื้นที่ ต้องร่วมมือกับข้าราชการของอีกกว่า 20 กระทรวง เพื่อแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ด้วย ดังนั้น แผนพัฒนาจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัดจึงมีความสำคัญในการที่จะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถกำหนดการทำงานในแต่ละพื้นที่ร่วมกับส่วนอื่นๆ ได้ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ด้วย เช่น โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต้องยึดความต้องการในพื้นที่เป็นหลักแล้วนำมายึดโยงกับนโยบาย เราจึงต้องการให้แต่ละจังหวัดมีแผนพัฒนาจังหวัดที่ชัดเจน
ด้าน พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน กล่าวว่า นายกฯระบุต้องการให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนั้น แผนการพัฒนาจังหวัด และการบริหารราชการแผ่นดินจึงจะต้องเชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับการปฏิรูปประเทศนั้น เราต้องการปฏิรูปแบบครบวงจร และต้องมียุทธศาสตร์ชาติโดยเร็ว สำหรับเรื่องยุทธศาสตร์ในร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องขอบคุณ อปท.ที่ผลักดันให้มีเรื่องยุทธศาสต์ชาติถูกบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญ

