เมื่อวันที่ 27 มกราคม พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11(มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองวิพากษ์วิจารณ์หลังที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) พ.ศ…. มีผลบังคับใช้ใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกรอบของโรดแมป ในการเตรียมการส่งมอบอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินให้กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่ามีเงื่อนไขเวลาที่ขยับออกไป แต่เป็นรายละเอียดที่ทำให้การปฏิบัติของพรรคการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม ส่วนการขยายเวลาออกไปอีก 90 วันเป็นรายละเอียดการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ขอย้ำว่าไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้ คสช.แต่อย่างใด เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์คือประเทศชาติและประชาชน
เมื่อถามว่า แล้วจะชี้แจงให้พรรคการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างไรเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า เราอธิบายตามข้อเท็จจริง ซึ่งเชื่อว่าเหตุและผลเป็นสิ่งที่ควรจะรับฟังและสามารถรับรู้ได้ถึงเจตนาที่ดี
เมื่อถามอีกว่า การออกมาให้ความเห็น การทางเมืองของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป(อียู) ให้ทางการไทยยึดกรอบการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 นั้น พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า คสช.ต้องเรียนด้วยความขอบคุณ เพราะทั้งสองคือมหามิตร และมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยมายาวนาน เชื่อมั่นได้ว่าสหรัฐและอียูจะเข้าใจในความสำคัญ ว่าห้วงเวลานี้ คสช.และรัฐบาลกำลังบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูป การพัฒนาการวางยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
“การดำเนินงานต่างๆ หลายๆ อย่างยังคงไปตามกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ที่สำคัญคือเมื่อประเทศไทยเป็นมิตรกับทุกประเทศ ทุกประเทศจึงควรเข้าใจ และคงเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่และให้การสนับสนุนเราเป็นอย่างดี” ทีมโฆษก คสช.กล่าว

