‘อนุสรณ์’ มองคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ‘วีวอล์ก’ เป็นนิมิตหมายดี เผยเดินให้สังคมเห็นปัญหา

28.01.18 | 15:31 น.

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ผศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ตัวแทนกลุ่ม People Go Network ที่ถูกกล่าวหาขัดคำสั่งคสช. จากการจัดกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ” กล่าวถึงกรณีศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนคำพิพากษาว่า เป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้ามองในข้อเท็จจริงก็เป็นสิ่งที่เราพึงได้มาตั้งแต่ต้น ไม่ควรให้เราต้องไปขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ภายใต้รัฐบาลหรือสังคมประชาธิปไตยเราควรมีสิทธิเสรีภาพตั้งแต่แรก อย่างไรก็ดีเมื่อเราถูกข่มขู่คุกคามสกัดกั้นการดำเนินกิจกรรม เราก็ใช้ช่องทางตามกฎหมายในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เรามีสิทธิเสรีภาพ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่างน้อยที่สุด หลักยึดประการหนึ่งของสังคมคือศาลและกระบวนการยุติธรรม การที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก็เป็นนิมิตหมายที่ดี ในกระบวนการสิทธิเสรีภาพของสังคมไทยจะได้ขยับขยายต่อไป

“หลังมีคำสั่งการทำกิจกรรมก็ตึงเครียดน้อยลง ทำให้เราดำเนินกิจกรรมได้สะดวกขึ้น เช่นถ้าไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การเดินคงถูกสกัดกั้นขัดขวางเหมือนที่ผ่านมา วัดก็ถูกขู่ คนขับรถถูกตาม คนร่วมลงชื่อถูกโทรศัพท์ถามหา แต่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทำให้เราได้รับการอำนวยความสะดวกค่อนข้างดี”

ผศ.ดร.อนุสรณ์ยืนยันว่าวันที่ 31 ม.ค.นี้ ตัวแทนกลุ่มทั้ง8คนจะไปเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ตามหมายเรียกที่ถูกกล่าวหาขัดคำสั่ง คสช. เรื่องชุมนุมเกิน 5 คน

เมื่อถามว่ามีการนัดรวมตัวเดินเท้าไปให้กำลังใจผู้ถูกกล่าวหาที่สภ.คลองหลวง มีความกังวลหรือไม่ว่าอาจถูกมองเป็นการชุมนุมเกิน 5 คน ผศ.ดร.อนุสรณ์ตอบว่า ไม่กังวลเพราะเจตนารมณ์ชัดเจนว่าเป็นเรื่องการให้กำลังใจผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่กิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด และสุดท้ายจะอยู่หน้าโรงพักไม่ได้ไปไหน รูปแบบและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมเด่นชัด ไม่สามารถเอากฎหมายข้อใดมาบังคับได้ และหมายรวมถึงพ.ร.บ.การชุมนุมด้วย เพราะไม่ใช่การชุมนุม แต่ต่างคนต่างเดินไปให้กำลังใจผู้ที่ถูกกล่าวหา

“การจัดกิจกรรมเดินมิตรภาพ อย่างน้อยที่สุดเพื่อให้ประเด็นปัญหาที่ถูกหมักหมม ละเลย หรือทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน ได้มีที่ทางเป็นความสนใจในสาธารณะในสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากสังคมไทยเห็นว่ามีความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาจะนำไปสู่การแก้ไข โดยผ่านการมีส่วนร่วมของคนที่เป็นเจ้าของปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการจินตนาการของคนกลุ่มเล็กน้อยและใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือแก้ปัญหาไปตามอำเภอใจหรือตามที่ตัวเองคิดว่าใช่ ซึ่งตามจริงแล้วไม่ใช่ และที่ผ่านมามีการกีดกันคนที่เป็นเจ้าของปัญหาและคนที่เกี่ยวข้องออกไปจากการมีส่วนร่วมอย่างสิ้นเชิง” ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว

Advertisement