ธรรมดาเมื่อมีประเด็นเป็นกระแส สำนักโพลสถาบันต่างๆ จะออกมาสำรวจความคิดเห็น หรือ “ทำโพล” วัดว่าทิศทางที่ประชาชนมีต่อเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างไร
ล่าสุด อาจารย์อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะผู้อำนวยการ นิด้าโพล ได้ทำโพลในประเด็นร้อน กรณีนาฬิกาหรูกว่า 20 เรือน ที่พบบนข้อมือของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ที่เจ้าตัวอ้างว่าเพื่อนให้ยืมมาใส่ และกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
การสำรวจความคิดเห็นเสร็จสิ้น ได้ตัวเลขที่เป็นบทสรุป และเตรียมทำการเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง แต่ทว่าก็ถูกเบรคหัวทิ่ม จนทำให้อาจารย์อานนท์ ประกาศในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จะลาออกจากนิด้า ด้วยเหตุผล “โดนจำกัดเสรีภาพทางวิชาการ”
นี่เองทำให้ผลโพลที่ยังไม่ได้เผยแพร่สะเทือนแรงกว่าผลโพลอื่นๆ ที่มองว่าส่วนใหญ่ออกมา คนรับรู้ แล้วก็ผ่านเลย ไม่ค่อยกล่าวถึง ต่อยอด หรือสั่นสะเทือนจนสร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ
นาทีนี้ ใครต่อใครต่างอยากรู้ว่า คำถามที่ใช้ในโพลเรื่อง “นาฬิกาหรู” ว่าอย่างไร? ผลโพลแต่ละข้อนั้นเป็นอย่างไร?
น่าคิดว่า ในฐานะผู้อำนวยการนิด้าโพล อาจารย์อานนท์น่าจะมีอำนาจเผยแพร่ผลการศึกษาดังกล่าวได้เลย โดยไม่ต้องขออนุมัติจากใคร แล้วกรณีนี้ทำไมถึงมีการระงับไว้
สืบสาวราวเรื่องกันต่อ ก็ได้รู้ว่า ในประเด็นที่เป็นการเมือง อธิการบดีจะขอดูก่อน และก็คณะทำโพลส่งให้ดู ( อาจารย์อานนท์เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ผอ.นิด้าโพล ได้เพียง 2 สัปดาห์)
ไม่แน่ใจว่าในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ อธิการบดีนิด้าควบอีกหนึ่งตำแหน่งนั้น ท่านจะดูการทำโพลในประเด็นการเมือแง่มุมไหน โดยเฉพาะในวันที่นักวิชาการ ไม่ว่าจะ นิธิ เอียวศรีวงศ์, พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย เสนอให้ สนช.เปิดอภิปรายในเรื่องนาฬิกา แต่ทว่าก็ยังไม่มีใครรับลูก
แต่ที่สุดแล้วก็มีการระงับเผยแพร่ ด้วยเหุตผล 1. กรณีนาฬิกาหรูอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช.หากนำเสนอจะเป็นการชี้นำ 2.การทำโพลนี้มุ่งชี้ว่าผิดหรือไม่ผิด ซึ่งไม่เหมาะสม
เอาเข้าจริง การทำโพลของหลายสำนัก โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองตลอดช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ประชาชนส่วนใหญ่ฉุกคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และเลือกที่จะเชื่อด้วยตนเองมากกว่าถูกชี้นำ
มากกว่าตัวเลข เขาดูรายละเอียดอย่างการตั้งคำถาม ความถูกต้องทางหลักวิชาการ ความน่าเชื่อถือของสำนักโพล ฯลฯ คนได้เรียนรู้มากขึ้นจนยากที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ ไม่เฉพาะเรื่องโพลหรอก 6 คำถาม 12 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ให้ประชาตอบนั่นก็ด้วย
กรณี ผลโพลดังกล่าว เมื่อถูกเบรค แน่นอนว่าความสนใจใคร่รู้ย่อมต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าเก่า และก็ได้กลายเป็นการระงับที่โยนคำถามไปถึงตัวอธิการบดี รัฐบาล หรือแม้แต่ คสช.
ยิ่งปิด ยิ่งห้าม คนก็ยิ่งอยากรู้ว่า “ปิด-ห้ามทำไม”
ซึ่งไม่ยากเลยในโลกยุคปัจจุบัน ที่คนจะไปสืบเสาะค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
___

