กกต.ทุ่ม1.8ล้านเปิดแอพพ์แจ้งโกงเลือกตั้ง ใช้จริงปี’60-หนุนเลือกตั้งใบเดียว

กกต.หนุนบัตรเลือกตั้งใบเดียว เปิดตัวแอพพ์’ตาสับปะรด’

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “ตาสับปะรด” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นรับแจ้งเหตุความผิดปกติหรือการทุจริตในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งในอนาคต โดยนายสมชัยกล่าวว่า กกต.มุ่งเน้นที่จะใช้แอพพลิเคชั่นนี้ในการเลือกตั้งปี 2560 เพื่อให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรม แต่การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้น กกต.จะนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการรายงานสถานการณ์ เมื่อประชาชนพบเห็นเหตุการณ์ทุจริต ก็สามารถถ่ายภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ บันทึกเสียงส่งผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ได้เลย ด้วยการกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบบจะให้ใส่ข้อมูล สถานที่เกิดเหตุว่าอยู่ในจังหวัดใด วัน-เวลาที่เกิดเหตุ และรายละเอียดเพียงสั้นๆ จากนั้นข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งมายัง กกต.กลาง และ กกต.จังหวัดที่แจ้งเหตุ เพื่อให้ กกต.จังหวัดที่เป็นเจ้าของพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุที่รับแจ้งได้ทันที อีกทั้งในแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะมีขั้นตอนการสอบถามรายละเอียดเพื่อยืนยันเรื่องและตัวบุคคลอีกชั้นหนึ่ง โดยประชาชนที่แจ้งจะยืนยันเป็นพยานหรือไม่ก็ได้ ซึ่งข้อมูลและรายละเอียดของผู้แจ้งข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ เพราะถือว่าเรื่องความปลอดภัยของพยานเป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยแอพพลิเคชั่นนี้ใช้งบประมาณในการดำเนินการ 1.8 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเปิดให้ดาวน์โหลด ในวันที่ 11 เมษายน นี้ที่จะเป็นวันเริ่มต้นของกระบวนการจัดการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันที่จะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า การใช้บัตรเลือกตั้งจะ 1 หรือ 2 ใบ ไม่ได้เป็นปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งบัตรใบเดียวสามารถนำคะแนนมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ แต่ถ้าจะเป็น 2 ใบก็ทำได้โดยไม่ยากลำบากในการดำเนินการแต่สำหรับบัตรใบเดียวจะสามารถลดต้นทุนในการจัดการได้ถูกกว่าอย่างแน่นอน เช่น ถ้าบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ ราคาใบละ 1 บาท ก็จะใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท แต่ถ้าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาท และต้องใช้หีบบัตร 2 ใบ นอกจากนี้ จะทำให้เวลาในการนับคะแนนเพิ่มขึ้น ดังนั้น การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวน่าจะสะดวกกับการจัดการของ กกต.มากกว่า เพราะจะประหยัดไม่สับสนในการคำนวณคะแนน ส่วนในเรื่องของบัตรเลือกตั้งใบเดียวจะส่งผลต่อประโยชน์ทางการเมืองสะท้อนความต้องการของประชาชนได้หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่การออกแบบของ กรธ. ที่ผ่านมาเคยมีการใช้ทั้งบัตรใบเดียวและ 2 ใบมาแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นสิทธิของ กรธ.ที่จะทดลองและนำเสนอก็ไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก

ส่วนกรณีที่ กรธ.ไม่ให้ใช้เครื่องลงคะแนนในการทำประชามติในครั้งนี้นั้น นายสมชัยกล่าวว่า การจัดเลือกตั้งทั่วโลก หลายประเทศใช้เครื่องลงคะแนนทั้งประเทศ เช่น อินเดีย เนปาล สหรัฐอเมริกา และยุโรปบางประเทศ ทำให้การเลือกตั้งรวดเร็ว ไม่มีบัตรเสียการนับคะแนนรู้ภายใน 1 นาที แต่ กรธ.ตัดออกไป ก็ไม่เป็นปัญหา และขอยืนยันว่าถ้าใช้เครื่องลงคะแนนในการทำประชามติ ก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องเพราะ กกต.มีอยู่แล้ว 200 เครื่องและได้เสนอที่จะให้ใช้เครื่องลงคะแนนเพียง 14 หน่วย คือกรุงเทพฯ 5 หน่วย จ.ภูเก็ต 9 หน่วยจากหน่วยเลือกตั้ง 96,000 หน่วย ถือว่าน้อยมาก ซึ่งแม้จะมีการใช้เครื่อง แต่ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้เครื่องหรือบัตรเลือกตั้งแบบเดิม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ต้องพิสูจน์! Batman v Superman ไม่ถูกใจนักวิจารณ์แต่ไม่ห่วยอย่างที่คิด
บทความถัดไปนครบาลหารือ’ทูตเบลเยียม-อียู’ประสานการข่าวยกระดับรปภ.สถานทูตเข้ม24ชม.