การให้สัมภาษณ์ในเรื่อง “โรดแมป” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่โรงเรียนเตรียมทหารสำคัญ
สำคัญไม่เพียงแต่ต่อ 1 คสช. และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 1 ต่อตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หากแต่สำคัญ 1 ต่อ การเมืองไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดอาการสะดุดระหว่างพูดคำ
“ผมไม่ได้สัญญาว่า จะ”
แล้วจึงต่อด้วย “ผมสัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและทุกอย่าง เป็นไปตามโรดแมป ผมสัญญาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง”
ปมเงื่อนอยู่ตรง “ผมไม่ได้สัญญาว่า จะ”-จะอะไร
ตามปรกติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนพูดอย่างชนิดที่เรียกว่าลื่นและไหล
ไม่ว่าเมื่อเป็น “ผบ.ทบ.”
ไม่ว่าเมื่อเข้ามาทำ “รัฐประหาร” เข้าดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าคสช.และเป็นหัวหน้ารัฐบาลในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”
แล้วเหตุใดจึงเกิดอาการสะดุด เหมือนกับตะกุกตะกัก
เป็นความตะกุกตะกักกระทั่งก่อให้เกิดการแปรเปลี่ยนของรูปประโยคคำ
จาก”ผมไม่ได้สัญญา” กลายมาเป็น “ผมสัญญา”
ขณะเดียวกัน ข้อเสนอในตอนท้ายของการแถลงก่อนจะจบที่ว่า
“ขอให้เลือกเอาแล้วกันว่า จะเอาแบบผมหรือจะให้กลับมาที่เดิม”
ก็สำคัญและเท่ากับเป็นการยกระดับ”การเมือง”
ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ไม่ว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
แต่ข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แหลมคม
เท่ากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แสดงความแจ่มชัดด้วยการเสนอตนเองให้เป็น “ตัวเลือก” 1 ในทางการเมือง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะพูดอย่างคลุมๆเครือกลายมาเป็น “จะเอาแบบผมหรือจะให้กลับมาที่เดิม”
นี่เท่ากับเป็น “ประเด็น” ใหม่ เป็น “แนวโน้ม” ใหม่

