“บิ๊กตู่” แจง ปมแบ่งเค้กระหว่างทาง โครงการ 9101 บอกบางเรื่องแค่ความเห็นไม่ตรงกัน ขออย่าเหมาทุจริตทุกเรื่อง ลั่นใครมีหลักฐานให้ส่งมา พร้อมรับฟัง
เมื่อเวลา 13.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ที่ยังพบปัญหาเงินลงไปไม่ถึงเกษตรกรว่า รัฐบาลพยายามทำอย่างที่ตั้งใจลงไปให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ก็มีข่าวมาตลอดเรื่องการแบ่งเค้กระหว่างทาง มันจะแบ่งเค้กระหว่างทางได้อย่างไร ตนยังไม่รู้ เพราะงบประมาณยังไม่โอนไปถึงข้างล่าง ในการดำเนินการ และข้างล่างเท่าที่ตนทราบจากการสอบสวนมาชั้นต้น บางโครงการเช่นการจะซื้อของ เป็นเรื่องการของทำเวทีประชาคม ซึ่งก็มี 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งต้องการยี่ห้อนี้ อีกกลุ่มต้องการยี่ห้อนี้ แต่ส่วนใหญ่ต้องการอันไหนก็ต้องซื้ออันนั้น พวกกลุ่มที่ไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ก็บอกว่ามีการทุจริตไปซื้อของแพง ทำไมไม่ซื้อของถูก แต่กลุ่มที่ซื้อของแพงก็บอกเพราะคุณภาพดี มันก็คนละเรื่องหมด ดังนั้นไม่อยากให้มองว่าทุจริตทุกเรื่อง
นายกฯ กล่าวว่า หลายเรื่องมีสองทาง คือทุจริตกับไม่ทุจริต ซึ่งเป็นปัญหา เพราะไม่ซ้ายก็ขวา จึงต้องไปดูว่ามีปัญหาตรงไหน ขั้นตอนว่าอย่างไร เม็ดเงินโอนลงไปอย่างไร แล้วการทำประชาคมหมู่บ้านเขาว่ากันอย่างไร หากทุกคนไม่เข้าใจตรงนี้ก็จะกลายเป็นทุจริตทุกเรื่อง แม้กระทั่งการทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ต่างๆ ก็มีเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยเสมอ ไม่มีใครเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่เมื่อเห็นด้วยมากกว่าไม่เห็นด้วยต้องทำอย่างไร หรือจะให้ไปแก้การทำประชามติอีไอเอใหม่ ว่าให้ทุกอย่างเป็นไปตามประชามติเสียงส่วนน้อย ถ้าเสียงส่วนน้อยว่าทำไม่ได้ก็ไม่ทำ แล้วเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นประโยชน์ไปตรงไหน
นายกฯ กล่าวว่า ประชาธิปไตย คือการฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่จะต้องเอาปัญหาของส่วนน้อยไปแก้ไขให้ได้ว่าเขามีการสูญเสียอะไร มีผลกระทบอะไร ต้องเยียวยาและดูแลให้เขาพอใจ รัฐบาลคิดแบบนี้ อย่าไปมองไม่ซ้ายก็ขวาอย่างเดียว มันก็ทะเลาะกันแบบนี้ ถ้ามีข้อมูลเรื่องนี้ขึ้นมา ขอให้เอาหลักฐานมาแจ้งได้เลยที่ศูนย์ดำรงธรรมหรือที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ต้องกลัว ตนสั่งการไปแล้วรับทุกเรื่อง หรือถ้าตนไปเองส่งไม่ถึงมือตน ก็ใส่ซองมาเดี๋ยวเรื่องถึงมือ ตนเปิดอ่านเอง ถ้ามันทุจริต มีหลักฐานชัดเจน มีกฎหมายถูกต้อง ตนจะดูแลให้ ตนรับฟังความเห็นทุกประการ
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะในเวทีต่างประเทศ ในส่วนของต่างประเทศเรื่องการจัดลำดับก็เริ่มดีขึ้นมาเรื่อยๆ เศรษฐกิจโลกก็เริ่มดีขึ้น เศรษฐกิจของคู่ค้าเราก็ดีขึ้น การส่งออกก็ได้มากขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่ได้ประโยชน์เราก็ต้องลงไปดู จะไปสอบถามเขาว่าต้องทำอย่างไรเขาถึงจะดีขึ้น ถ้าเราไม่ลงไปสอบถามเขา มันก็ต่างคนต่างไม่รู้เรื่องกันอยู่แบบนี้ และที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำแบบนี้มาไม่ใช่หรือ แม้แต่การแยกผู้มีรายได้น้อยก็ยังไม่ได้มีการทำมาเลย ทุกครั้งก็หว่านลงไป จนภาระหนักขึ้นทุกวัน แล้วก็มีภาระเรื่องการสาธารณะสุข การศึกษา ผู้สูงอายุ เบี้ยประกันเยอะแยะไปหมด ซึ่งนั่นก็คือปัญหา แต่เราจะทำอย่างไรให้วันหน้าเดินไปได้ โดยที่ทุกคนไม่ได้ไปสูญเสียจากของเดิมที่มีอยู่ แต่จะแยกแยะกันบ้างไหมเรื่องการมีส่วนร่วม การเสียสละกันบ้าง แต่สิทธิของแต่ละบุคคลที่ต้องได้เหมือนกันมันก็ใช่ แต่ต้องไปดูว่าจะเป็นธรรมได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นก็จะว่ากันไปมา ว่าเพื่อประโยชน์นายทุน เหล่านี้ไปหมด แล้วขณะเดียวกันภาคเอกชน สหกรณ์ ต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง รัฐบาลก็พร้อมจะช่วยเหลือ

