‘ณัฏฐา’ ปิดปากร้องเพลงชาติในความเงียบ ท้วงดำเนินคดีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

1.02.18 | 18:39 น.

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ที่ลานหน้าสยามพารากอน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมผู้ถูกตั้งข้อหาจากการชุมนุมสกายวอล์กของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าตนจะทำกิจกรรม “เงียบ สงบ อึดอัด” โดยระบุว่าจะยืนร้องเพลงชาติแห่งความเงียบพร้อมผ้าปิดปาก ประณามและเรียกร้องการหยุดตั้งข้อหาปิดปากประชาชน โดยการยืนนิ่งเงียบตั้งแต่ 18.00-18.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อน.ส.ณัฏฐาเดินทางมาถึงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนได้เข้ามาเจรจาห้ามไม่ให้ใช้พื้นที่ทำกิจกรรม แม้น.ส.ณัฏฐาจะยืนยันว่าตนเองเป็นลูกค้า และได้เคลื่อนมาให้สัมภาษณ์บริเวณทางเชื่อมบีทีเอส

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่าตั้งใจมายืนคนเดียว ร้องเพลงชาติในความเงียบเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงส่วนจะมีใครมายืนด้วยไหม ตนไม่ได้ชวนมา ถ้ามีคนมายืนด้วยก็ถือเป็นศิลปะของมนุษย์ อยากรู้ว่าถ้ายืนเงียบๆปิดปากครึ่งชั่วโมงจะเป็นอย่างไร เสร็จแล้วจะเข้าไปช็อปปิ้งในพารากอน

“เมื่อวาน(31ม.ค.)มีการแจ้งข้อหาประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมที่สกายวอล์ก ทั้งที่เป็นการชุมนุมสงบสันติแต่ถูกคสช.ตั้งข้อหา 30 กว่าคนและจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มอีกกว่า60คน ถือเป็นการปิดปากประชาชนแบบที่คสช.ทำมาตลอด ดังนั้นเมื่อประเทศต้องการความเงียบเราเลยมายืนร้องเพลงชาติในความเงียบแล้วดูว่าจะสงบจริงหรือเปล่า และเราถูกปิดปากมากว่าสี่ปีแล้วอึดอัดแค่ไหน ในประเทศประชาธิปไตยเป็นสิทธิของทุกคนที่จะเลือกทำหรือไม่ทำอะไร การอยู่ใต้อำนาจไม่ชอบธรรมแบบที่เป็นอยู่นี้น่ากลัวกว่าการถูกดำเนินคดี”

Advertisement

จากนั้นเวลา 18.00 น. น.ส.ณัฏฐา นำเทปมาปิดปากและยืนเฉยๆ แต่เจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าพารากอนได้เข้ามาห้ามไม่ให้ใช้พื้นที่ จนสุดท้ายสามารถขยับมาจัดกิจกรรมบริเวณบันไดหน้าศูนย์การค้าได้ โดยมีประชาชนอีก4คนได้มาร่วมปิดปากและยืนอยู่ในความสงบร่วมกับน.ส.ณัฏฐา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเป็นที่สนใจของผู้ที่ผ่านไปมาโดยมีสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก และมี นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมสังเกตการณ์ในพื้นที่

จากนั้นเมื่อถึงเวลา 18.30 น. จึงจบกิจกรรม ก่อนแยกย้าย น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า เป็นครึ่งชั่วโมงที่อึดอัดมาก และเมื่อมีคนมายืนเป็นเพื่อนจึงเกิดเป็นงานศิลปะจัดวาง ยืนยันว่าจะไม่ยอม โดยยึดหลักความยุติธรรม สันติธรรมและประชาธิปไตย เพื่อให้กลับสู่สังคมปกติที่ทุกคนเชิดหน้าได้อย่างเท่าเทียม