ศิษย์เก่ามธ. ปชป.เตือน ผู้มีอำนาจอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ “วิรัตน์” ชี้ ยิ่งห้ามยิ่งเหมือนสุมไฟให้รัฐ ย้อนสมัย “จอมพลสฤษดิ์-จอมพลถนอม” ยังถูกล้อการเมืองมาแล้ว ด้าน “อรรถวิชช์” แนะรบ.เปิดโอกาสให้ “นศ.-นิสิต-ปชช.” แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ดีกว่าไปปิดเสรีภาพ ด้าน “สามารถ” จากเพื่อไทย อัด ผู้มีอำนาจไม่ควรก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพถึงในรั้วมหาลัย ชี้ นักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์ที่จะสะท้อนความเป็นจริง-ปัญหาในสังคมได้อย่างดี
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริหัวหน้าคณะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่ม People Go Network ที่ทำกิจกรรม “วีวอล์ก เดินมิตรภาพ” ว่า กลุ่มคนที่ออกมาชุมนุมทางการเมืองนั้น ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน นิสิตนักศึกษา ซึ่งการชุมนุมทางการเมือง หากอยู่ในข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ คือ ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ก็สามารถทำได้ถือเป็นการใช้สิทธิทางการเมือง เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจของผู้มีอำนาจผู้บริหารประเทศในแต่ละช่วง อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้มีพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะพ.ศ.2558 ที่ประกาศและบังคับใช้แล้ว โดยมีหลักการ คือ การชุมนุมด้านสาธารณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แต่การเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจดังกล่าว อาจก่อให้เกิดการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญก็ได้ และสิ่งสำคัญคือ การกระทำเช่นเรื่องนี้ยิ่งเป็นการก่อไฟสุมให้กับมีอำนาจอีกด้วย
“นิสิต นักศึกษา เขามาชุมแสดงสัญลักษณ์โดยไม่มีอะไร ขอให้เจ้าหน้าที่ หรือ ผู้มีอำนาจทบทวนวิธีการ โดยเฉพาะการกล่าวอ้างเบื้องสูงซึ่งข้อเท็จจริงนั้น การชุมนุมของประชาชนเหล่านั้น ไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะทำอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือ ขัดต่อเบื้องสูงแต่อย่างใดการกระทำเช่นนี้ ไม่เป็นผลดีต่อผู้มีอำนาจอย่างแน่นอน” นายวิรัตน์ กล่าว
นายวิรัตน์ ยังกล่าวถึงการที่รัฐบาลประกาศห้ามมีการล้อเลียนรัฐบาลและการเมืองในงานประเพณีกีฬาฟุตบอล จุฬา-ธรรมศาสตร์ว่า งานดังกล่าวมีมานาน และเข้าสู่ปีที่ 72 แล้ว ที่ผ่านมาเราสามารถเล่นกีฬา และเดินขบวน รวมถึงการแสดงออกล้อเลียนได้ทุกรัฐบาล ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ว่า รัฐบาลในขณะนั้นได้ทำอะไรลงไปบ้าง และนิสิต นักศึกษา คนรุ่นใหม่ นั้นมีความเห็นต่างและเห็นแย้งด้วยอย่างไรบ้าง พวกเราทำกันมานานแล้ว และไม่ว่าจะเป็นยุคของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หรือ จอมพลถนอม กิตติขจร ก็ตาม เราก็ยังทำการล้อเลียนการเมืองในยุคนั้นมาแล้ว แต่การที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาห้ามประเพณีดังกล่าวในปัจจุบัน ตนมองว่า ไม่เป็นผลดีต่อตัวรัฐบาลแน่นอน สิ่งสำคัญ คือ ยิ่งห้าม นิสิต นักศึกษา หรือ ประชาชนแสดงออก ก็จะยิ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้น ไม่ชอบรัฐบาลมากขึ้น ดังนั้นอยากให้ท่านทบทวนเรื่องนี้ให้ดีเพราะงานประเพณีดังกล่าวมีนานแล้ว
ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม.พรรคปชป. กล่าวว่า ตนเป็นศิษย์เก่าธรรมศาสตร์มองว่า การแข่งขันฟุตบอลในปีนี้คงจะมีความสนุกมาก เพราะทั้ง 2 สถาบัน จะต้องมีการขนกองทัพทีมชาติมาแข็งแกร่งกันอย่างแน่นอน สำหรับเรื่องการล้อเลียนการเมืองนั้น มีมาทุกยุคทุกสมัย สถาบันเราได้โอกาสมีการล้อเลียน ตนไม่อยากให้รัฐบาลเอาเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องเล็กมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ควรให้ปัญญาชนได้มีโอกาสเปิดเสรีภาพดีกว่า ขณะนี้การสื่อสารของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะปัจจุบันบ้านเมืองยังไม่มีการเลือกตั้ง ยังไม่เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ดังนั้นรัฐบาลควรจะปล่อยให้พวกเขามีโอกาสได้ออกแสดงเพื่อสะท้อนการทำงานของผู้มีอำนาจ และสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ จะดีกว่าการไปกดดันสิทธิและเสรีภาพ ที่เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการเดินขบวนกีฬาเท่านั้น
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารเข้าไปแทรกแซงหรือขอความร่วมมือไม่ให้นักศึกษากลุ่มล้อการเมืองล้อบางเรื่อง เช่น เรื่องนาฬิกาหรูว่า ในฐานะศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ตนเห็นว่าคสช. หรือผู้มีอำนาจในรัฐบาลไม่ควรที่จะก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพถึงในรั้วมหาวิทยาลัย เพราะนักศึกษาถือเป็นพลังอันบริสุทธิ์ดังนั้นเค้าจะเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนความเป็นจริงและปัญหาต่างๆในสังคมได้อย่างดีโดยไม่ได้เข้าข้างข้างใดข้างหนึ่ง ฉะนั้นการไปปิดกั้นไม่ให้เขาแสดงออกก็เหมือนประหนึ่งว่าฝ่ายผู้มีอำนาจไม่ยอมรับฟังอะไรทั้งสิ้นแม้กระทั่งพลังที่บริสุทธิ์ของนิสิต นักศึกษา หลอกตัวเองไปเรื่อยๆว่าตัวเองดี มีผลงาน และไม่เคยทำสิ่งใดพร่อง ซึ่งก็เป็นผลเสีย ที่ทำให้ไม่มีโอกาสรับรู้ถึงความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในสังคม
เมื่อถามว่า เมื่อก่อนเคยมีรัฐบาลเข้าไปแทรกแซง หรือห้ามในเรื่องของการล้อการเมืองหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า เมื่อก่อนเค้าเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ เพราะการจะล้อเลียนสิ่งใดก็เป็นเพียงการสะท้อนถึงความรู้สึกและปัญหาที่เป็นอยู่ในขณะนั้น รัฐบาลที่ผ่านมาแม้แต่รัฐบาลทหาร ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่เคยมีการห้ามปราม แต่รับฟัง ถ้าสิ่งไหนใช่ก็นำมาปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่ไปปิดกั้นจนเป็นปัญหา

