เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฝ่ายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตอนนี้ทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมพร้อมการจัดงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะจุฬาฯ เจ้าภาพ ที่เข้าไปพร้อมทุกอย่างในสนาม ตั้งแต่การวัดระยะเพื่อกำหนดจุดเดินขบวนต่างๆ ทั้งนี้ การเดินขบวนในส่วนของจุฬาฯ จะเป็นการเดินขบวนสะท้อนสังคมเหมือนทุกครั้งที่ทำมา จะไม่เหมือนการเดินขบวนล้อการเมืองของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งเราให้เขาดูแลเอง
นายดิสทัตกล่าวอีกว่า แต่ก็เป็นข้อตกลงทั้ง 2 ฝ่ายว่า ในการจัดทำสื่อต่างๆ ที่ใช้ในการเดินขบวน แปรอักษร จะเชิญเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ให้มาร่วมตรวจสอบอยู่ตลอด กระทั้งก่อนเดินขบวนเข้าสนามในวันงานก็จะมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเรายินดี
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ฝ่ายความมั่นคงกำชับห้ามล้อเรื่องปมนาฬิกาหรูนั้น นายดิสทัตกล่าวว่า ตนทราบจากข่าวเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ คงต้องไปถามฝั่งธรรมศาสตร์
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปทางนิสิตผู้รับผิดชอบการทำขบวนสะท้อนสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยตัวแทนกลุ่มให้ข้อมูลว่า ทุกปีจะมีขบวนพาเหรดสะท้อนสังคม เช่นเรื่องท้องก่อนแต่ง แต่ไม่มีการพุ่งเป้าไปที่ประเด็นการเมืองมาก่อน ในปีนี้มีการทำหุ่นสะท้อนสังคม มีทั้งเรื่องครอบครัว และระบบการศึกษา ในสภาพความเป็นจริง ว่าจะเชื่อมโยงกับประเทศไทยยุค 4.0 อย่างไร นอกจากนี้ยังมีแนวคิดจะทำหุ่นการพัฒนาสังคมเมือง ยุค 4.0 ซึ่งตั้งแต่เริ่มทำงานมา เมื่อได้ส่งแบบร่างแต่ละชุดว่าหุ่นจะมีอะไรบ้างไปให้กับคณะกรรมการจัดงานของมหาวิทยาลัยตรวจ กลับถูกห้ามไม่ให้มีข้อความต่างๆ ที่เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ รวมถึงห้ามใส่แหวนและนาฬิกาข้อมือ โดยยอมรับว่าเป็นการพูดคุยผ่านตัวแทนนิสิตซึ่งไม่ทราบว่าผู้ออกคำสั่งเป็นใคร และไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปคุยโดยตรง
นอกจากนี้ ตัวแทนนิสิต ยังยอมรับว่า การตรวจหุ่นอาจจะมีอยู่แล้วโดยทั่วไปก่อนเข้าสู่สนาม ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์เพื่อความปลอดภัย โดยขณะนี้ได้ดำเนินการจัดสร้างหุ่นไปแล้ว 90% และจะมีการประชุมงาน รวมทั้งปรึกษาทีมล้อการเมือง มธ.อีกครั้ง ก่อนเข้าสู่สนาม

