วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กระบุว่า เกือบ 4 ปีที่ผ่านมา คสช.ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยเล่ารายละเอียดว่า
การที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรมเดินมิตรภาพ เพื่อรณรงค์เรื่องหลักประกันสุขภาพ ทรัพยากร ความมั่นคงทางอาหาร และสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งทวงถามการเลือกตั้ง
ขณะที่ทำท่าว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่มารวมตัวกันชูป้ายสนับสนุน คสช.เช่นเดียวกันนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า เกือบ 4 ปีที่ผ่านมา คสช.ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้วิกฤตความขัดแย้งของประเทศ และคสช.ไม่ได้ทำให้เกิดความปรองดองขึ้นเลย ซ้ำร้าย คสช.ยังเป็นฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้งเสียเองอย่างชัดแจ้ง
ประเด็นที่เห็นแตกต่างกันอยู่ในสังคมขณะนี้เรื่องหนึ่งก็คือ คสช.ควรอยู่ในอำนาจต่อไปอีกนานเท่าใด ซึ่งก็คล้ายกับปัญหาว่า ใครควรเป็นรัฐบาลที่คนเห็นต่างกันมาตลอด
ที่ผ่านมาสังคมไทยไม่มีวิธีจัดการกับการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องนี้ มีการแสดงออกก็ถูกปราบ ถูกฆ่า หรือไม่ก็เป็นการแสดงออกที่ผิดกฎหมายร้ายแรง แต่ไม่ต้องรับโทษ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ไม่ได้ จะเลือกตั้งซึ่งควรเป็นทางออกก็ทำไม่ได้ จนในที่สุดก็เกิดรัฐประหาร
ผ่านไปเกือบ 4 ปี สังคมไทยก็ยังไม่มีวิธีจัดการกับการที่คนเห็นต่างกัน ในเรื่องใครควรบริหารปกครองประเทศ การแสดงออกอย่างสันติก็ยังถูกจับ ถูกดำเนินคดี ยังมีการใช้คำสั่งที่ขัดหลักนิติธรรม มีรัฐธรรมนูญก็เหมือนไม่มี แถมยังมีคนประกาศตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ส่วนการเลือกตั้งซึ่งควรใช้เป็นทางออกก็ถูกเลื่อนไปเรื่อยๆ ทวงถามก็ถูกจับดำเนินคดี
สังคมไทยยังไม่มีวิธีจัดการดูแลกับการที่คนมีความเห็นต่างกันอย่างสันติและเป็นธรรม และยังมีแนวโน้มจะเป็นวิกฤตบานปลาย คนที่อวดอ้างว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาวิกฤตความขัดแย้งก็กลายเป็นฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้งเสียเอง เท่ากับล้มเหลวในการสร้างความปรองดองอย่างสิ้นเชิงด้วย
อยู่มาเกือบ 4 ปีแล้ว แก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย ยังจะวางแผนอยู่ต่ออีกเป็นสิบปี ใครจะยอม

