หลังจากที่กลุ่ม People Go Network เครือข่ายประชาชนและนักวิชาการที่ได้ทำกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ” ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา มีจุดหมายที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเชื่อมร้อยประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างร่วมกันแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหาผลกระทบจากนโยบายรัฐใน 4 ประเด็นหลักคือ 1.รัฐสวัสดิการความมั่นคงทางอาหาร 2.ทรัพยากรธรรมชาติ 3.สิทธิชุมชนและ 4.เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งล่าสุดขณะนี้ทั้งหมดได้เดินทางถึงจังหวัดนครราชสีมาแล้ว อีกทั้งการเดินทางครั้งนี้ ศาลปกครองมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดการปิดกั้นการเดินของกลุ่ม People Go Network และให้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ให้ทางกลุ่มมีสิทธิเสรีภาพในการเดินทำกิจกรรมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย
ล่าสุดเมื่อ เวลา13.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ We Walk จำนวน 23 คนได้ออกเดินเท้าจากบริเวณตำบลจอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมามุ่งหน้าไปตามถนนมิตรภาพเข้าสู่เขตตำบลโคกสูง โดยวันนี้จะมีระยะการเดินเท้าทั้งหมด 15 กิโลเมตรและมีสมาชิกจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค จำนวน 10 คน เดินทางมาร่วมเดินเท้าด้วย ซึ่งตลอดระยะทางในวันนี้ตำรวจท้องที่นอกเครื่องแบบสภ.จอหอ จำนวน 4 นาย จัดกำลังมาดูแลและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ซึ่งได้นำรถยนต์กระบะปิดท้ายขบวนอย่างต่อเนื่องโดย ในวันนี้ยังไม่มีกำหนดการว่าจะพักค้างคืนที่ใดเนื่องจากเกรงว่าจะถูกคุกคามทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย และต้องย้ายที่พักอย่างเช่นเมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) ที่ทางกลุ่มต้องเก็บข้าวของจากวัดโนนมะกอก อำเภอโนนสูง จ.นครราชสีมา ในช่วงเย็น เพื่อเดินทางหาที่พักแห่งใหม่ เนื่องจากถูกกลุ่มบุคคลนิรนามเข้ามากดดันทางเจ้าอาวาสวัดโนนมะกอก เพื่อไม่ให้ที่พักแก่สมาชิก ทำให้สมาชิกรู้สึกไม่ปลอดภัยและเกรงว่าจะเกิดอันตราย ส่วนในช่วงเย็นวันนี้ จะมีการพูดคุยเสวนาเกี่ยวกับเรื่องที่ทางกลุ่ม People Go Network โดนคุกคามในด้านต่างๆ จนทำให้ยากลำบากแก่การหาที่พักในแต่ละคืน จากนั้นรุ่งเช้าวันที่ 3 ก.พ.61 จะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.ขอนแก่นต่อไป

ด้านนายเอกชัย อิสระทะ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ หรือ กป.อพช.ใต้ หนึ่งในทีมเดินมิตรภาพ กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ได้เดินทางไปยังวัดโนนมะกอก ซึ่งมีการประสานงานไว้ล่วงหน้า และได้กราบเรียนเจ้าอาวาสวัดว่าอยากจะขอพักพิงที่วัดจำนวน 3 คืน เนื่องจากเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เครื่องครัวลำบาก เบื้องต้นเจ้าอาวาสก็กังวลใจแต่อนุญาตให้เข้าพักได้ ต่อมามีชายคนหนึ่งอ้างตนว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านใกล้กับพื้นที่นี้ ซึ่งมีหน้าที่คล้ายกับรับผิดชอบดูแลจากทางอำเภอ มาชี้แจงกับทางเจ้าอาวาสว่าให้ทางกลุ่มพักได้เพียงคืนเดียว ซึ่งตนรู้สึกว่าน่าจะมีการพูดคุยหรืออธิบายถึงสาเหตุที่ไม่สะดวกให้เข้าพักกับทางกลุ่มก่อนบ้าง และทางผู้ใหญ่บ้านยังยืนยันต่อว่าได้มีการพูดคุยกับทางอำเภอ ตำรวจ และทหารแล้ว ตนจึงได้ขอประสานไปยังปลัดอำเภอที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย เมื่อปลัดอำเภอมาถึงก็ได้กล่าวกับเจ้าอาวาสวัดว่า จะให้พักแค่ 1 คืน ซึ่งทางปลัดอำเภอได้ชี้แจงว่า กลัวที่จะมีการมาชุมนุม มีการไฮปาร์คเกิดขึ้น และจะมีกลุ่มบุคคลที่ 3 เข้ามาก่อความวุ่นวาย
ทางกลุ่มจึงอธิบายถึงความลำบากในการย้ายสถานที่ เนื่องจากเครื่องครัวค่อนข้างจัดการยาก และเท่าที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มทำกิจกรรม เป็นการเดินโดยสงบ มีการพักตั้งวงพูดคุยกันเล็กๆ ไม่มีการไฮปาร์คหรือก่อความวุ่นวายใดๆ โดยทางกลุ่มได้มีการขออนุญาตตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พรบ.การชุมนุม และยังมีคำสั่งของศาลปกครองที่มาคุ้มครองการดำเนินการของทางกลุ่มด้วย หลังจากคุยไปสักระยะหนึ่งผู้ใหญ่บ้านคนเดิมได้มีท่าทีที่ทำให้ทางกลุ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยในการเข้าพัก และยังอ้างว่ามีการจัดกำลังมาดูแลความปลอดภัยให้ แต่ทางกลุ่มรู้สึกว่าบุคคลที่มาดูแลนั้นน่าไม่ปลอดภัย จึงกังวลใจว่าการเข้าจะพักที่นี่จะไม่ปลอดภัยในยามค่ำคืน อีกทั้งยังมีกลิ่นแอลกอฮอลล์ออกมาจากตัวผู้ใหญ่บ้านคนนี้ด้วย
คิดว่าการจัดการดูแล อำนวยการชุมนุม ฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทย คงต้องมีการทบทวน ส่วนตนรู้สึกว่ามีสัญญาณบางอย่าง เพราะมีการอ้างถึงผู้ใหญ่หลายครั้ง จึงอยากขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฯ มีการชัดเจนในการเอื้ออำนวยว่าสนับสนุนการชุมนุมของพวกเราอย่างไร หากไม่ชัดเจนในระดับปฏิบัติการที่ลงมา อาจมาควบคุมการชุมนุม ซึ่งการเอื้ออำนวยการกับการควบคุมการชุมนุมมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก แต่สิ่งที่ทางกลุ่มสัมผัสได้คือการลงมาควบคุมการชุมนุม ไม่ใช่การเอื้ออำนวยการชุมนุม ขอให้ยึดมั่นบนมาตรฐานของรัฐธรรมนูญ ของกฎหมายพรบ.การชุมนุมสาธารณะ และคำสั่งการคุ้มครองของศาลปกครอง ให้กับทางกลุ่มด้วย หากมีการสงสัยในรายละเอียดให้ทางจังหวัดส่งตัวแทนลงมาพูดคุยกับกลุ่มได้


