“ไก่อู” สวน แถลงการณ์เพื่อไทย บอก ‘ถ้าไม่เคารพกฎหมาย เลือกตั้งอีก 10 ครั้งก็ยังวุ่นวาย’ ย้ำ! ไม่มีสืบทอดอำนาจ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับ ‘มติชนออนไลน์’ ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกคำแถลงเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่อง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาล หมดความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป ว่า รัฐบาลมองว่าเป็นเรื่องปกติที่พรรคการเมืองต้องมีความพยายามในการเคลื่อนไหว เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานจะถึงตารางเวลาการเลือกตั้งตามโรดแมป ทุกพรรคจึงต้องมีวิธีการในการขยับเขยื้อนตัวเอง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและคสช.ขอให้พรรคการเมืองยึดหลักกฎหมาย เพราะหากไม่ทำตามกฎหมาย แต่คิดแค่เอาเสรีภาพเป็นหลัก ต่อให้เลือกตั้งอีก 10 ครั้ง ต่อให้เป็นประชาธิปไตยก็จะมีความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นในบ้านเมืองเสมอ พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเข้าไปพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจตามหน้าที่ เพราะหากเจ้าหน้าที่ไม่ทำก็จะถูกสังคมอีกส่วนหนึ่งตำหนิว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย
“อะไรที่ทำได้ ไม่ผิดขอบเขตกฎหมาย ท่านทำไปเถอะ แต่อะไรที่ผิดกฎหมาย ยังไม่อนุญาตให้ท่านทำ ท่านก็อย่าเพิ่งทำ เพราะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เมื่อเกิดอะไรขึ้น เขาก็พยายามเข้าไปพบปะพูดคุยเพื่อแจ้งให้รู้ว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำนั้นผิดกฎหมาย ท่านจะได้ยุติหรือระมัดระวังในการทำกิจกรรมต่อๆไป เพราะถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้น จนท.ก็จะถูกตำหนิจากอีกส่วนหนึ่งของสังคมว่าทำไมถึงปล่อยปละละเลยให้มีการทำผิดกฎหมาย และก็เป็นบรรทัดฐานสำหรับสังคมในวันข้างหน้า ” พล.ท.สรรเสริญกล่าว
พล.ท.สรรเสริญกล่าวเพิ่มเติมว่า จนท.ไม่ต้องการให้เกิดการจับกุม เพราะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ดังนั้น เมื่อจนท.เตือนแล้ว ต้องมีการพัฒนาปรับปรุง แต่ถ้ายังฝ่าฝืนอยู่ จนท.ก็จำเป็นต้องดำเนินคดี จึงขอให้พรรคการเมืองอดใจรอจนถึงช่วงที่จะมีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกาศวันเลือกตั้งตามโรดแมป
“ณ เวลานี้ยังไม่ได้บ่งบอกว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน แต่เราคาดเดากันเอาเองว่าเมื่อ พ.ร.ป.เลือกตั้งประกาศออกมาและมีผลบังคับใช้หลังประกาศแล้ว 90 วัน น่าจะส่งผลให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป ถ้าดูตามตารางนี้ก็คงเลื่อนออกไปไม่เท่าไหร่ คือ 3 เดือน ผมคิดว่าสูงสุดก็ไม่เกินไปจากนี้ เพราะฉะนั้นไม่ได้บ่งบอกเลยว่า จะมีการสืบทอดอำนาจ แค่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

