“อุดมเดช-สามารถ” รุมต้าน กกต. ปมรณรงค์ทำประชามติได้เฉพาะบนเวที กกต.
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรค เพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กกต.ระบุให้การรณรงค์การประทำประชามติของพรรคการเมืองทำได้บนเวทีของ กกต.เท่านั้น ว่า เมื่อ กกต.ระบุออกมาในลักษณะนี้ กกต.ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าเวทีของ กกต. จะทำให้คนทั้งประเทศได้รับข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งด้านบวกและด้านลบได้ครบถ้วนหรือไม่ ถ้าคิดว่าทำได้ครบถ้วนก็ว่ากันไป แต่ กกต.ต้องมั่นใจว่าเวทีของ กกต.จะเข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึงกับการจัดเวทีเพียงไม่กี่ครั้ง
เมื่อถามว่า การไปพูดนอกเวทีอาจเข้าข่ายทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ นายอุดมเดชกล่าวว่า พ.ร.บ.ประชามติที่ออกมามีเจตนาจะไม่ให้คนที่พอจะมีความรู้ความเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญ ไปพูดความคิดเห็นหรือพูดถึงข้อดี ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าใช่ก็คงจะต้องใช้เวทีของ กกต. แต่หาก พ.ร.บ.ประชามติบอกไม่ให้คนออกมาพูดให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ตรงนี้ก็ต้องไปตรวจสอบและเอาผิดกับคนที่ให้ข้อมูลเท็จ ทั้งนี้ ถ้าปิดกั้นในสิ่งที่ประชาชนควรจะรู้ ในเรื่องที่กำลังจะทำประชามติ ซึ่งในที่นี้หมายถึงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญก็อย่าทำเสียเลยดีกว่า
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย คณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า 1.ขณะนี้ พ.ร.บ.ประชามติยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ กรธ. 2.เมื่อไปดูมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ประชามติ ที่ระบุว่า บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการรณรงค์จัดทำประชามติ ซึ่งคำว่ารณรงค์นี้ไม่รู้หมายรวมถึงเหตุผลที่จะทำให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ และ 3.การกำหนดความผิดก็ไม่ได้ระบุว่าให้พูดเฉพาะในเวทีของกกต.เท่านั้น กกต.อย่าเพิ่งด่วนสรุปเอง เพราะสิ่งที่ กกต.ออกมาให้ข่าวน่าจะยังไม่ใช่ข้อยุติและต้องดู พ.ร.บ.ประชามติที่จะออกมาก่อน อย่างไรก็ตามถ้าความคิดของ กกต.เป็นแบบนี้ ก็เท่ากับ กกต.มีอคติที่จะปิดกั้นการรณรงค์เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นห่วงมากกว่าคือประกาศ คสช.เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองและห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ซึ่ง กกต.ถาม คสช.หรือยังว่าประกาศ คสช.นี้รวมถึงเวทีของ กกต.ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ คสช.น่าจะถือโอกาสนี้ยกเลิกประกาศดังกล่าวเสียแล้วมาใช้กฎหมายการทำประชามติแทน

