ขาขึ้น-ขาลง

3.02.18 | 09:01 น.

ความจริง ความโหดร้ายของการเมือง บางทีก็เป็นอย่างที่ บิ๊กตู่Ž ว่าไว้
สถานการณ์ขณะนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ การเป็นรัฐบาลมาระยะเวลา 3 ปีเศษ ย่างเข้า
ปีที่ 4 ก็มีปัญหาแบบนี้มาทุกรัฐบาล พอถึงเวลาก็อาจมีจุดอ่อนมากขึ้นในการทำงาน
ยิ่งทำงานมากปัญหาก็มากขึ้นŽ
ทุกรัฐบาลเผชิญปัญหาที่เรียกว่าขาลง เรตติ้งตกต่ำเหมือนกัน ไม่มากก็น้อย
ก็ไม่เร็วก็ช้า
รัฐบาลเลือกตั้งก็ประสบพบเจอ
อาจหนักกว่าด้วยซ้ำ เนื่องจากแบกรับภาระ ความคาดหวังจากประชาชน ที่เลือกมาบริหารนานัปการ
อารมณ์เบื่อหน่าย เอือมระอา เซ็งเป็ด จะว่าไปแล้วในรัฐบาลเลือกตั้ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่พอใจ ความไม่เอาไหนของรัฐบาล เริ่มดัง หนาหูตั้งแต่ปีที่สองด้วยซ้ำ
เกิดจากทั้งการบริหาร และข้อติดขัดต่างๆ
ในแง่บริหาร ปีแรกเข้ามาใหม่ๆ มักไฟแรง กระตือรือร้น ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนา แก้ปัญหาประเทศ ที่ได้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเอาไว้อย่างค่อนข้างรวดเร็ว รัฐมนตรีที่กำกับดูแล รับผิดชอบกระทรวง หน่วยงานก็ขยันขันแข็ง แสดงฝีมือ สร้างผลงาน ค้ำประกันเก้าอี้
ครั้นปีที่สอง การบริหารที่เคยกระตือรือร้นเริ่มลด หรืออาจไม่ลด แต่ไม่มีแนวคิด วิธีแปลกใหม่มาบริหารจัดการแก้ปัญหา
อีกทั้งเรื่องอื้อฉาว ทุจริตคอร์รัปชั่น มักเริ่มแดงปรากฏ
ปัญหาเก่า-ใหม่ของประเทศที่หมักหมมมานาน กระหน่ำซ้ำเติม
ประชาชนเริ่มไม่พอใจ แก้ปัญหาไม่ทันใจ ซึ่งก็มีทั้งการขาดเอาใจใส่ และติดขัดกฎระเบียบทางราชการที่ล่าช้ากว่าจะทะลุผ่านได้
ปีที่ 2 ของการบริหารของรัฐบาลเลือกตั้ง ประชาชนจึงเริ่มเบื่อ เลิกเห่อของใหม่ สาเหตุเกิดจากเรื่องต่างๆ ดังยกตัวอย่างมา
แต่โดยที่รัฐบาลเลือกตั้ง อันมาจากระบบปกครองแบบประชาธิปไตย มีการออกแบบ
กติกา ให้มีวิธีแก้ปัญหาในตัวมีระบบตรวจสอบ ถ่วงดุลครบ
เมื่อบริหารไม่มีประสิทธิภาพ ปรากฏเรื่องฉาวโฉ่ ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นหนักข้อ
ฝ่ายค้านก็ใช้มาตรการตรวจสอบสูงสุด ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซักฟอกทั้งคณะบ้าง
รายบุคคลบ้าง
รัฐมนตรีที่ถูกตรวจสอบ แม้อาจผ่านไปได้ เนื่องจากรัฐบาลคุมเสียงส่วนใหญ่ในฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ก็อาจนำไปสู่การปรับ ครม. ปรับวิธีบริหาร ฯลฯ
อีกประการ ช่วยคลายความอึดอัด ไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล เนื่องจากฝ่ายค้าน
ที่เป็นตัวแทนปากเสียง ได้ตีแผ่ ซักฟอกรัฐบาล ให้สังคมได้รับรู้ข้อมูลความฟอนเฟะในวงกว้าง
ที่สำคัญไม่ว่าดี-ร้าย
รัฐบาลเลือกตั้ง ไม่มีทางอยู่เกิน 4 ปี เป็นอันขาด รัฐธรรมนูญกำหนดเทอมสูงสุดไว้แค่นั้น
รัฐบาล คสช.มีที่มาต่างกับรัฐบาลเลือกตั้ง
การเข้าสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร ไม่ยึดโยงประชาชนใดๆ คนส่วนใหญ่คงไม่คาดหวังอะไรมากนัก เนื่องจากไม่มีส่วนร่วมในการปกครอง การกำหนดนโยบายโดยตรงโดยอ้อม
ทั้งสิ้น อีกทั้งยังอึดอัดจากภาวะถูกกดทับ ตีกรอบการใช้สิทธิ เสรีภาพ จำกัดความเคลื่อนไหว แสดงออกประการต่างๆ
รัฐธรรมนูญเขียนหลักประกันแค่ในนาม แต่มีคำสั่ง คสช.-ม.44 ซ้อนทับอีกชั้น
เมื่อเกิดเรื่องราวฉาวโฉ่ ระบบตรวจสอบแท้จริงไม่มี ระบบถ่วงดุลก็พิกลพิการ ภาวะอึมครึมเหล่านี้ บวกรวมกับสภาพปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง
รัฐบาล คสช.บริหารประเทศ ลากยาวเข้าสู่ปีที่ 4 ได้ และมีแนวโน้มอยู่เกินกว่าโรดแมปพฤศจิกายน 2561 ที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ นับว่าประชาชนคนไทย พันธุ์อึดไม่แพ้ชาติใด
จุดอ่อนที่นับวันมีแต่เพิ่มขึ้น
จะว่าเป็นธรรมชาติก็มองได้
แต่ก็เป็นธรรมชาติ ที่ไม่ใช่ธรรมชาติตามครรลอง ประชาธิปไตย
ที่มีทางออก ทางแก้ไขโดยระบบ
มีปัญหาก็กลับไปถามประชาชน
ไม่ใช่โทษฟ้าโทษฝน ยิ่งมีปัญหาก็ขอเวลาอยู่ต่อ ยกมาเป็นข้ออ้าง อยู่เพื่อแก้ปัญหา-ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน