หน้าแรก การเมือง ร้องศาล รธน.ว...

ร้องศาล รธน.วินิจฉัย พธม.-องค์กรพิทักษ์สยาม-กปปส.ชอบด้วย กม.หรือไม่ หลังถูกฟ้อง

5.02.18 | 14:02 น.

กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความชุมนุม พธม.-กปปส.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มคณะบุคคลในนามกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ จำนวน 11 คน นำโดย นายประยงค์ ไชยศรี นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ได้เข้ายื่นเรื่องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวต่อสู้ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์การพิทักษ์สยาม และกลุ่ม กปปส.ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยว่า การกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และได้รับการคุ้มครอง ซึ่งผลของคำวินิจฉัยของศาลจะต้องผูกพันกับทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม พบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการยังคงดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม และล่าสุดอัยการก็เพิ่งสั่งฟ้องกลุ่ม กปปส.ในข้อหากบฏ สะท้อนให้เห็นว่า องค์กรอื่นๆ ไม่ยอมผูกพันคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงต้องขอให้ศาลวินิจฉัยอีกครั้งเพื่อให้คำวินิจฉัยมีผลผูกพันต่อการดำเนินคดีของศาลอื่นๆ ซึ่งขณะนี้มีก็คดีค้างอยู่และยังไม่ถึงที่สุดจำนวนมาก ทั้งกรณีปิดล้อมสนามบิน บุกทำเนียบรัฐบาล หรือดาวกระจาย

นายประยงค์ให้สัมภาษณ์ว่า การต่อสู้ของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามในปี 2555 ได้มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยผู้ร้องเป็นคนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เช่น นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เพื่อร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อสู้ขององค์กรพิทักษ์สยามขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ถือว่าเป็นการล้มล้างรัฐบาล และเป็นการใช้สิทธิในการชุมนุมที่มิชอบ ตนในฐานะที่เป็นทนายขององค์การพิทักษ์สยามในขณะนั้น ได้เข้ามาไต่สวนกับศาล ซึ่งผลที่สุดศาลวินิจฉัยว่าองค์กรพิทักษ์สยามได้กระทำไปภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่เข้าข่ายการล้มล้างรัฐบาล โดยเป็นสิทธิการชุมนุมโดยชอบ ตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญปี 50 โดยศาลยกคำร้องของผู้ร้อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ประชาชนชุมนุมเรียกร้องในขณะนั้น เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญได้รับรองว่าเป็นชุมนุมโดยชอบแล้ว และสิ่งที่เห็นว่ารัฐบาลในขณะนั้น ประกาศบอกว่า จะมีมือที่สามเข้ามาก่อกวนผู้ชุมนุม โดยรัฐบาลจะไม่รับผิดชอบ ซึ่งในรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 (2) รัฐมีหน้าที่ต้องดูแลปกป้องประชาชนไม่ให้มีการละเมิดจากบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ผลสุดท้ายเพียงแต่องค์กรพิทักษ์สยามได้เริ่มการชุมนุม ไม่ปรากฏว่ามีมือที่สามเข้ามาก่อกวน แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการปราบปราม เพื่อไม่ให้เราแสดงออกตามสิทธิที่ควรจะพึงมี ซึ่งเป็นสิทธิที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับรองเอาไว้แล้ว นอกจากนั้นในการชุมนุม กปปส.มีคนของรัฐบาลมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า กปปส.ชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผิดหลักมาตรา 68 ซึ่งศาลก็ยกคำร้องด้วยเช่นกัน นั่นก็แปลว่าศาลรัฐธรรมนูญได้คุ้มครอง

“การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการชุมนุมขององค์กรพิทักษ์สยาม และ กปปส. เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเจตนารมณ์ของผู้ชุมนุม ก็เป็นออกมาต่อสู้รัฐบาลที่ขัดรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่กลับโดนข้อหาก่อการร้าย เป็นภัยต่อความมั่นคง เป็นกบฏต่อราชอาณาจักรได้อย่างไร ในกรณี กปปส.ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏต่อรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งที่ขณะนี้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นจากอำนาจหน้าที่ไปแล้ว ดังนั้น ตำรวจและพนักงานอัยการที่เป็นผู้ฟ้องคดี ควรพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่ควรตั้งข้อหากับประชาชน ดังนั้นทางกลุ่มจึงมาร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการชุมนุมของกลุ่ม พธม. องค์กรพิทักษ์สยาม และ กปปส. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่” นายประยงค์กล่าว