เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีการเสวนาวิชาการ เรื่อง “รัฐธรรมนูญใหม่กับการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง”
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า รูปแบบของวิธีการเลือกตั้งนั้นมีหลายรูปแบบ หากไม่มีการนำวิธีการนับคะแนนมาเปรียบเทียบกันก็จะไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อเอามาเปรียบเทียบจะทำให้เป็นปัญหา และเกิดคำถามเยอะว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ ใครได้มากหรือได้น้อยกว่าพรรคใด ใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ ขณะนี้ประเทศต้องการความปรองดอง แต่หากเราเอาผลคะแนนการเลือกตั้งของปี 54 มาคำนวณด้วยรูปแบบของนายมีชัย พรรคเพื่อไทย (พท.) จะได้ส.ส.ลดลงมาก เขาคงไม่พอใจ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ลดลงบ้างก็อาจจะพอใจบ้าง แต่พรรคขนาดกลางจะพอใจมากจากการใช้บัตรใบเดียว แต่ถ้าดูภาพรวมแล้ว ผลที่ออกมาแบบนี้คือความขัดแย้งแตกแยก ทั้งนี้ กรธ.การเมือง ได้เสนอข้อเสนอซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของคสช. เรื่องให้ใช้บัตร 2 ใบ และเป็นเขตใหญ่เรียงคะแนน ซึ่งคสช.คงเห็นแล้วว่าวิธีนี้จะทำให้ประชาชนสามารถเลือกตัวแทนของกลุ่มอาชีพของตนเองในพื้นที่ได้ ก็จะทำให้ได้ส.ส.ที่มีความหลากหลาย และหากคิดมุมดี จะทำให้เกิดความปรองดอง เช่น ในภาคอีสานประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็จะได้ผู้แทนบ้าง ส่วนภาคใต้พท.ก็จะได้ผู้แทนบ้าง
นายเสรี กล่าวว่า ส่วนกรณีส.ว. จริงๆ อยู่ที่เราต้องการอะไร เพราะเราก็มีมาหลายแบบแล้ว ในสถานการณ์ปัจจุบันคสช.ต้องการแก้ไขปัญหาประเทศโดยใช้ส.ว.เป็นเครื่องไม้เครื่องมือ แบบนี้ตนว่าดีกว่าตั้งคปป.ขึ้นมา แล้วเอาอำนาจไปสอดไปแทรก แต่เอากันตรงๆ แบบนี้เลย คือถามว่าจะมีส.ว.แบบนี้จะว่าอย่างไร ตอนนี้เราต้องการได้ส.ว.มาช่วยงาน ก็ต้องดูว่างานนั้นคืออะไร เป็นแบบไหน ซึ่งก็อยู่ที่เราจะออกแบบว่าจะให้ส.ว.ทำหน้าที่อะไร ไม่มีอะไรถูกอะไรผิดหรอก แต่อยู่ที่ว่าเราต้องการอะไร ทั้งนี้ เรื่องส.ว. 5 ปีนั้น เป็นระยะเวลาที่เขากำหนดไว้ ก็ดูว่าภารกิจจะแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าพรรคการเมืองคุยกันรู้เรื่อง ไม่เอาประชาชนมาสู้กัน ทุกอย่างสงบเรียบร้อย ถ้าตกลงกันได้ก็ไม่จำเป็นต้องไปสร้างอะไรมาก แต่ก็อยู่ที่ว่าเราจะตกลงกันได้ไหม นอกจากนี้ ในส่วนการปรองดองกมธ.ก็ทำอยู่ สิ่งที่เรากำลังดำเนินการเสนอข้อเสนอในทางเสนอกฎหมาย ว่าคดีความที่มีอยู่จะดำเนินการอย่างไร แต่จะไม่ใช่กฎหมายนิรโทษกรรม อย่างไรก็ตาม ทุกๆด้านอย่าไปทำนาน อย่าไปคิดถึง 5 ปี 10 ปี แต่ให้ดูว่าการปฏิรูปที่จะทำนั้นเกิดขึ้นจริงๆ หรือไม่
ขณะที่ นายปริญญา กล่าวว่า การเลือกส.ว.นั้น ในร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เห็นว่ามีกติกาการเลือกส.ว.ว่าจะเป็นอย่างไร แต่เราจะเห็นในบทเฉพาะกาล ซึ่งตนเห็นด้วยว่า ที่เราจะให้มีส.ว.เพื่ออะไร เป็นการขอกันตรงๆ และดีกว่าการมีคปป. แต่เป็นห่วงเรื่องอำนาจที่หากมีอำนาจลงมติไม่ไว้วางใจด้วย แต่เชื่อว่าคงไม่มี พัฒนาการของส.ว.ทั่วโลกเริ่มต้นจากการสรรหา และไปเลือกตั้ง แต่ของประเทศไทยนั้นย้อนยุคกลับไป เรียกได้ว่าที่จะได้มาคือสภาขุนนาง ทั้งนี้ ความชอบธรรมของคสช.มีช่องทางเดียว คือความชอบธรรมของฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้งต่ำ ซึ่งพวกเราจะต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง และตนคิดว่าคสช.จะเข้ามาอย่างสั้นๆ ขอพูดด้วยความเคารพว่า ถ้าเขียนให้คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง คสช.จะกลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง เพราะคสช.จะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และดูเหมือนเขามาเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเสียเอง
เมื่อถามว่า คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ นายปริญญา กล่าวว่า เท่าที่ฟังจากการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เหมือนมีการคุยกันแล้ว อย่าลืมว่าคสช.มีไพ่อีกใบหนึ่งคือ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ก็สามารถหยิบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ได้ขึ้นมาใช้ ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นคงต้องรอดูคำถามพ่วงของสนช.ว่าตัวคำถามจะมีมูลจูงใจให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านหรือไม่ด้วย อย่างไรก็ตาม เห็นว่า คสช.จะเลือกทางที่มีผลให้คนมาลงประชามติเพราะคนมองว่าการไม่รับจะเกิดปัญหามากกว่า

