วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ระบุ อย่ารักนายกฯคนเดียว ต้องรักรองนายกฯของท่านด้วยว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มีหลักคิดและตัดสินใจยืนข้าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างเหนียวแน่นมาโดยตลอดต่อกรณีการตรวจสอบการครอบครองนาฬิกาหรู ตั้งแต่ขอให้ลดราวาศอก มาถึงการอ้อนขอให้รักรองนายกฯด้วย แม้ว่ากระแสสังคมจะกดดันอย่างหนักให้ พล.อ.ประวิตรแสดงความรับผิดชอบ และคาดหวังว่าความรับผิดชอบทางการเมืองต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับเลือกยืนหยัดและให้ความเชื่อมั่นกับ พล.อ.ประวิตรมากกว่ากระแสสังคมที่กดดันอย่างหนักหรือไม่ สวนทางกับการดำเนินการที่ผ่านมาที่ใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปลด ย้าย ระงับการปฏิบัติหน้าที่ผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ขนาดผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่อาจไปเกี่ยวข้องกับปมทุจริตโครงการอุโมงค์ไฟ 39 ล้านบาท ท่านยังใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปลดมาแล้ว
“ทำไมทีกับ พล.อ.ประวิตร จึงขอให้ลดราวาศอก และขอให้คนรัก แทนที่จะใช้มาตรการแบบเดียวกันกับคนอื่นๆ ประชาชนเริ่มไม่มั่นใจว่าจะได้เห็นท่านปฏิบัติแบบที่เคยปฏิบัติมาหรือไม่ ป.ป.ช.ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า การแสดงจุดยืนดังกล่าวของหัวหน้า คสช.ไม่มีผลกระทบต่อมาตรฐานการตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้าประกาศจุดยืนสนับสนุน พล.อ.ประวิตรอย่างเหนียวแน่น สวนทางกับกระแสสังคม และผลกระทบจากการแสดงจุดยืนดังกล่าว อาจทำให้ความไว้วางใจจากประชาชนลดต่ำลงไปอีกหรือไม่ และจะสะท้อนเป็นปฏิกิริยาทางสังคมต่อไป” นายอนุสรณ์กล่าว

