ศาลยกคำร้อง ฝากขัง 5 แนวร่วมชุมนุมสกายวอล์ก อยากเลือกตั้ง

8.02.18 | 19:03 น.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้นำตัว น.ส.ณัฏฐา มหัทนา, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, นายวีระ สมความคิด และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ 5 ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และกระทำความผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จากการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่จัดกิจกรรมรวมพลประชาชนคนอยากเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา บริเวณลานวันสยาม แยกปทุมวัน มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 – 19 กุมภาพันธ์ นี้

โดยก่อนการเข้าไต่สวนพิจารณาคำร้องฝากขัง น.ส.ณัฏฐา ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกคนจะคัดค้านการฝากขัง ซึ่งอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลว่าจะยกคำร้องฝากขังหรือไม่ ถ้าศาลยืนยันให้ฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ตนจะไม่ขอประกันตัวตามที่เคยแจ้งไว้ ส่วนคนที่ไม่มาวันนี้เนื่องจากติดภารกิจ คือนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายรังสิมันต์ โรม และนายอานนท์ นำภา เหตุผลในการคัดค้านการฝากขังนั้น ตนยื่นว่าไม่มีเหตุให้ฝากขัง เนื่องจากมารายงานตัวตามหมายเรียกตรงเวลาทุกคน ไม่เป็นอุปสรรคในการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเราไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้อยู่แล้ว และไม่ได้เป็นบุคคลอันตรายด้วย

เมื่อถามว่าการนัดชุมนุมครั้งต่อไปวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ จะยังไปอีกหรือไม่ น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ถ้าเป็นการชุมนุมแบบวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ผิดไปจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนๆ ในวันนั้น

ขณะที่นายวีระ กล่าวตอบข้อซักถามถึง กรณีที่รอง ผบ.ตร.ระบุว่ามีหลักฐานชัดเจนในการตั้งข้อหาตามมาตรา 116 ว่า ชัดเจนตรงไหน เมื่อไปขอดูก็ไม่ให้ดู เดี๋ยวช่วงไต่สวนจะขอให้ศาลให้ตำรวจเอามาให้ดูก่อนถ้าจะฝากขัง กล่าวหาลอยๆ ได้อย่างไร พนักงานสอบสวนพูดอย่างเดียวว่าทาง คสช. มาแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนก็บอกว่ากำลังรวบรวม แล้วรวบรวมอะไร หาว่าตนไปปราศรัยกับนายสมบัติคือตรงไหน เข้าข่ายมาตรา 116 ตรงไหน ตำรวจก็บอกว่าไม่มี โดยนายสมบัติกล่าวเสริมว่า เท่าที่จำได้พูดว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้มีการเลือกตั้งปลายปี 2561 ถ้าจะจับเรื่องนี้ก็อยากได้คำอธิบายว่าตนพูดผิดหรือ พล.อ.ประยุทธ์ พูดผิด
ทั้งนี้ นายวีระยังกล่าวด้วยว่า วันดังกล่าวตนให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มทำกิจกรรมด้วย เมื่อตำรวจกล่าวหามาก็สู้เต็มที่ ถ้าไม่ผิดก็จะดำเนินคดีกับตำรวจทุกคน และถ้าตนกับนายสมบัติเป็นแกนนำจริง จะต้องถูกแจ้งข้อหาตั้งแต่วันแรกแล้ว กลับไปคิดอีกตั้งหลายวันจึงมาแจ้งข้อหา

ส่วนนายเนติวิทย์ กล่าวถึงข้อซักถามประเด็นท่อน้ำเลี้ยงของการชุมนุมว่า อยากทำให้เคลียร์เรื่องนี้ ท่อน้ำเลี้ยงของตนมาจากประชาชนที่ซื้อหนังสือที่ตนแปล และได้นำหนังสือดังกล่าวไปมอบให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.แล้วด้วย หวังว่าท่านซึ่งใกล้เกษียณแล้วจะมีเวลาอ่านหนังสือของตน ท่านก็ตอบว่าเป็นเรื่องดี

Advertisement

น.ส.ณัฏฐา กล่าวเสริมว่า ขอขอบคุณท่อน้ำเลี้ยงตัวจริงจำนวนมหาศาลที่ร่วมกันระดมทุนเข้าไปในบัญชีที่เปิดโดยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ได้เงินประมาณ 1 ล้านบาทไว้เผื่อประกันตัว บางคนก็เอาหนังสือเอากระเป๋ามาประมูลขาย บางคนก็เล่นคอนเสิร์ตระดมทุน ส่วนนายวีระ กล่าวเสริมว่า อยากฝากตำรวจตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงแล้วต้องเปิดเผยต่อสังคมด้วย ไม่ใช่อุบไว้แล้วทำให้สังคมกังขา ไม่เช่นนั้นก็เป็นคำกล่าวหาไปตลอด ตรวจสอบแล้วก็เอามาแฉเลย

หลังจากพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 5 ได้ยื่นคัดค้านคำร้องฝากขัง โดยศาลได้เปิดห้องพิจารณาคดี 601 ทำการไต่สวนคำร้องฝากขังและคำคัดค้านฝากขัง ผู้ต้องหาดังกล่าวต่อสู้ว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง การออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ของพนักงานสอบสวนที่เรียกผู้ต้องหาทั้ง 5 ไปรับทราบข้อกล่าวหามีระยะเวลากระชั้นชิด ไม่สามารถไปพบพนักงานสอบสวนได้ เมื่อถึงกำหนดวันออกหมายเรียกครั้งที่สองในวันนี้ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ อีกทั้งผู้ต้องหาทั้ง 5 ไม่มีพฤติกรรมที่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน การที่พนักงานสอบสวนอ้างว่าหากปล่อยตัวผู้ต้องหาเกรงว่าจะไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้นั้น ก็เป็นการคาดเดาของพนักงานสอบสวนเอง เพราะผู้ต้องหาทั้ง 5 ไม่ใช่แกนนำและไม่ใช่คนขออนุญาตจัดให้มีการชุมนุม

ต่อมาศาลได้อ่านกระบวนพิจารณาและนัดฟังคำสั่งภายในวันนี้ (8 กุมภาพันธ์)

ต่อมาเวลา 19.10 น. ศาลได้มีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ของผู้ร้องประกอบคำคัดค้านของผู้ต้องหาทั้ง 5 ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 ให้ความร่วมมือในการสอบสวนแก่พนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี

อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานคือภาพถ่ายและภาพวิดีทัศน์ไว้เป็นส่วนใหญ่แล้ว สำหรับพยานบุคคลที่เหลืออีก 5 ปาก ปรากฏว่าล้วนแต่เป็นเจ้าพนักงานทั้งสิ้น ซึ่งผู้ร้องสามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องขังผู้ต้องหาทั้ง 5 โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่ 5 การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้ต้องหาจะไปเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่ 10 ก.พ. 2561 และเกรงว่าจะก่อให้เกิดเหตุอันตรายประการอื่น เป็นเพียงการคาดคะเนของผู้ร้องเท่านั้น กรณีไม่มีเหตุจำเป็นที่จะขังผู้ต้องหาทั้ง 5 ระหว่างสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 ต่อไป จึงให้ยกคำร้อง