ไม่ว่าการตั้งข้อหาจากคสช. ไม่ว่าแถลงการณ์จาก MBK ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของกทม.
สะท้อนกระบวนการ”ประสานงาน”
ประสานงานระหว่าง “คสช.” กับ “ภาคเอกชน”และผู้บริหาร”กทม.”
จึงมีการนำกระถางต้นไม้ไปประดับ
จึงมีการนำแผงรั้วเหล็กกั้นบริเวณริมฟุตบาธ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
รวมถึงการยกระดับจาก”หมายเรียก” เป็น”หมายจับ”
ไม่ว่า นายรังสิมันต์ โรม ไม่ว่า นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ไม่ว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน ไม่ว่า นายอานนท์ นำพา จับได้ทันที
ทั้งหมดนี้ล้วนเพื่อสกัด”10 กุมภาพันธ์”
แท้จริงแล้ว การชุมนุม ณ บริเวณสกายวอล์ค สี่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 มกราคม เสมอเป็นเพียง Start Up
ผลก็คือ การเกิดขึ้นของ MBK 39
คำว่า Start Up เป็นนวัตกรรม 1 อันปรากฏขึ้นพร้อมกับยุคแห่งเศรษฐกิจ Digital
ในยุคแห่ง Thailand 4.0
ต้องยอมรับว่ากระบวนท่าของคสช.อันปรากฏผ่านตำรวจจากสถานการณ์เมื่อวันที่ 27 มกราคม อยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าเป็น “ผลสะเทือน”
เป้าหมายก็คือ ต้องการสกัด ขัดขวาง เพื่อมิให้เกิดปรากฏ การณ์ใหม่ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์
แต่หากมองจาก MBK 39 ก็พอจะเดาได้
คำถามก็คือ การดำเนินการของคสช.ผ่าน “คดีการชุมนุมของผู้อยากเลือกตั้ง” อาจสร้างความหวาดกลัวได้ระดับหนึ่ง
แต่การเกิดขึ้นของ MBK 39 กลับตรงกันข้าม
การยกระดับ “หมายเรียก” ให้พัฒนาการไปสู่ “หมายจับ”ก็ยังอยู่ในเป้าหมายเดิม
นั่นก็คือ ต้องการสกัด ขัดขวาง”10 กุมภาพันธ์”
ยังไม่มีใครตอบได้ว่า มาตรการต่างๆที่ออกมาอย่างต่อเนื่องจะสกัด ขัดขวาง มากน้อยเพียงใด
หรือจะเป็นเชื้อพลังนำไปสู่ Start Up อย่างใหม่

