เคารพกติกา!

10.02.18 | 09:21 น.

กระทรวงแรงงานมีแนวคิด ขอใช้บริการ ม.44 แต่งตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ด สปส.อีกครั้ง

บอร์ดชุดปัจจุบัน สิ้นสุดวาระไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ขณะนี้ทำหน้าที่รักษาการจนกว่ามีบอร์ดใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. งัด ม.44 แต่งตั้งบอร์ด สปส. เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558

โละชุดเก่า ตั้งชุดใหม่ โดยยกเว้นไม่มีการจัดเลือกตั้งตามกฎหมาย

อ้างว่าปัจจุบันปรากฏข้อเท็จจริงถึงสภาพปัญหาและข้อขัดข้อง ในการดําเนินการของระบบประกันสังคมและสำนักงานประกันสังคม ทําให้มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ ของนายจ้าง ลูกจ้าง และ

Advertisement

ผู้ประกันตน อันส่งผลไปถึงความเสียหายต่อรัฐด้วย

จึงมีความจําเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องมีการปฏิรูประบบของงานประกันสังคม งานเงินทดแทน และสํานักงานประกันสังคม เพื่อให้มีการดําเนินงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน

ระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์

ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมไว้ก่อน แล้วแต่งตั้งบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาทําหน้าที่แทน เพื่อให้การปฏิรูประบบประกันสังคมเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ในส่วนบอร์ดประกันสังคม ได้แต่งตั้งปลัดกระทรวงแรงงาน (โดยตำแหน่ง) เป็นประธาน

จากวันลงนามแต่งตั้ง ประธานเปลี่ยนจาก ม.ล.ปุณฑริก สมิติ มาเป็น จรินทร์ จักกะพาก ในปัจจุบัน

เมื่อถึงเวลา จำเป็นต้องมีบอร์ดใหม่

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โยนหิน

คุ้มค่าหรือไม่

หากจัดเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม 2558 ที่เขียนระบุ ให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนต้องมาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากใช้เงินมากถึง 3 พันล้านบาท แต่อยู่วาระแค่ 2 ปี

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็มิได้ยืนกระต่ายขาเดียวว่าจะเสนอ คสช. ใช้

ม.44 แต่งตั้งอีกครั้ง

โดยยืนยันว่า จะทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

แต่โดยที่การใช้ ม.44 ก็เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย วิธีพิเศษอย่างหนึ่ง

จึงเกิดความหวั่นเกรงว่า จะมีการใช้ ม.44 ยกเว้นเลือกตั้ง แล้วแต่งตั้งอีกทั้งการเลือกตั้งบอร์ด สปส. ถือเป็นพัฒนาการความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่ง

ที่เปิดกว้างให้ผู้ประกันตน 13 ล้านคน มีสิทธิเลือกตั้งตัวแทนของตนเองอย่างแท้จริงเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของตนในกองทุนกว่า 1.7 ล้านล้านบาท

แต่เดิมนั้น บอร์ดประกันสังคม มาจากการคัดเลือกของฝ่ายรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง

แต่ 2 ฝ่ายหลัง ถูกทักท้วงว่า ไม่ใช่ตัวแทนผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ภาคประชาชนร่วมกันต่อสู้เรียกร้อง กระทั่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับที่ 4 พ.ศ.2558 ในมาตรา 8 วางหลักประกัน ให้เปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน โดยใช้วิธีเลือกตั้งโดยตรง

ดังนั้นรัฐบาล คสช.ควรเคารพกติกา เจตนารมณ์กฎหมาย

ใช้วิธีการปกติเป็นทางออกในเรื่องนี้ โดยคืนอำนาจให้กับผู้ประกันตน จัดให้มีการเลือกตั้งตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตน

รัฐบาลต้องแยกแยะเรื่องงบประมาณ ออกจากการเลือกตั้ง

ปัญหาเงิน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่รัฐบาลต้องไปบริหารจัดการแก้ปัญหา

การอ้างทำนองว่าใช้เงินสูงไปอาจไม่คุ้มค่ากับการอยู่ 2 ปี เพื่อที่จะล้มเลือกตั้ง เป็นเหตุผลที่แปลกแปร่ง

 

เงิน 3 พันล้านสูงแน่ แต่เมื่อเทียบกับ กองทุน ผลประโยชน์ของผู้ประกันตน 1.7 ล้านล้านบาท ที่ต้องดูแล

การมีตัวแทนแท้จริงเข้าไปรักษาผลประโยชน์

จะไม่คุ้มหรือ

เรื่องเลือกตั้ง ไม่ว่าระดับ ท้องถิ่น ระดับชาติ หรือเลือกตั้งโดยตรงใดก็ตาม อาจเป็นเรื่องแสลงใจรัฐบาลที่มีที่มาโดยวิธีพิเศษ

แต่การเลือกตั้ง ก็ได้ชื่อว่าเป็นระบบเลวน้อยที่สุด

ในภาพใหญ่ ระดับชาติ ประเทศก็ต้องไหลไปในทิศทาง ยึดประชาธิปไตยเป็นระบบปกครองประเทศ ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปหลีกเลี่ยงไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็พูดชัดเจน

ตอบคำถามปมการยืดเวลาบังคับใช้กฎหมายลูกบางฉบับ จะส่งผลกระทบต่อโรดแมปเลือกตั้ง

หรือไม่ว่า จะช้าหรือเร็ว แต่ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย

และทุกเรื่อง ก็ตอบเหมือนกัน ต้องทำตามกฎหมาย

เมื่อกฎหมายเขียนชัด ให้เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ต้องทำตามกฎหมายปกติ

หรือใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อ

คำถาม-คำตอบมีชัดอยู่ในตัว