09.00 INDEX: สถานการณ์ 27 มกราคม สถานการณ์ 10 กุมภาพันธ์

12.02.18 | 08:02 น.

บทบาทของ “คสช.” ต่อปรากฏการณ์ “รวมพลคนอยากเลือกตั้ง”เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ มากด้วยความละเอียดอ่อน

ต่อคำถามที่ว่า “กลุ่มผู้ชุมนุมจุดกระแสติดหรือไม่”

แทนที่ “ทีมโฆษก คสช.” อันมี พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ จะตอบว่า ติด หรือ ไม่ติด

กลับเน้นในทาง “หลักการ”

“การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวังในการปฏิบัติต่อสถานการณ์”

Advertisement

มากด้วย “การ์ด” เปี่ยมด้วย “ความรัดกุม”

อาจเนื่องจากคำกำชับอันมาจากหัวหน้าคสช.ส่งตรงไปยังเลขาธิการคสช.ล่าสุด

ทำให้”การปฏิบัติ”ดำเนินไปอย่างระมัดระวัง

หากเปรียบเทียบระหว่างสถานการณ์เมื่อวันที่ 27 มกราคม กับ สถานการณ์เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์

ก็จะสัมผัสได้ในการเปลี่ยนแปลง

สถานการณ์เมื่อวันที่ 27 มกราคม อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มที่

ข้อหาจึงไปไกลถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

ไม่จำกัดอยู่เพียงคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ไม่จำกัดอยู่เพียงพรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

แทนที่จะพุ่งเป้า 7 แกนนำแต่เลเพลาดพาดไปถึง 39

ก่อให้เกิดสถานการณ์บานปลายจาก Start Up พัฒนายกระดับกลายเป็น MBK 39

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ จึงต้องสรุป”บทเรียน”

ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามคำกำชับจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท นั่นก็คือ

“การแจ้งความเอาผิดกลุ่มเคลื่อนไหวให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เกรงว่าจะเป็นเงื่อนไขทำให้สถานการณ์บานปลายออกไป”

เพราะ”ไม้แข็ง”ที่ใช้กับ Start Up ไม่เวิร์ก จำเป็นต้อง “ไม้นวม” ไม่ว่าที่สน.ปทุมวัน ไม่ว่าที่สน.สำราญ ราษฎร์ ไม่ว่าที่สภ.เมืองขอนแก่น

“ไม้นวม”น่าจะเป็นผลดีมากกว่า”ไม้แข็ง”