กรธ.เพิ่ม ผู้นำฝ่ายค้าน ร่วมวงหารือแก้วิกฤตกับประมุข 3 ฝ่าย-องค์กรอิสระ ระบุคุณสมบัติเข้ม ห้ามคนถูกเพิกถอนสิทธิ์แม้คดีไม่สิ้นสุดใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส่วนนักการเมืองหากทำผิด กม.ป.ป.ช.ห้ามลงเลือกตั้งส.ส.ตลอดไป เตรียมแถลงส่งมอบร่างประชามติ ถือฤกษ์ 13.39 น. 29 มี.ค.นี้
เมื่อเวลา15.30 น.วันที่ 25 มีนาคม ที่โรงแรม ดิ อิมพีเรียล บีช หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงความคืบหน้าการทบทวนแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้กรธ.ได้เริ่มทบทวนร่างรัฐธรรมนูญจนถึงมาตรา231 แล้ว โดยส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับแก้หลักคิดที่สำคัญอะไร แม้จะมีกรธ.บางคนยกประเด็นขึ้นมาหารือก็ตาม แต่เมื่อเวลาจวนตัวแล้ว คงจะไปปรับ หรือขยายหลักคิดอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงปรับถ้อยคำและความเชื่อมโยงของมาตราต่างๆ ให้เกิดความสมบูรณ์และรัดกุมมากขึ้นเท่านั้น ส่วนข้อเสนอของ คสช.ที่กรธ.ได้มีการปรับปรุงไปนั้น ขณะนี้หลักการยังคงเหมือนเดิมตามที่ได้แถลงไป ซึ่งเท่าที่ทราบจากสื่อมวลชนพบว่านายกรัฐมนตรีก็ดูจะพอใจ ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งก็ดีแล้ว เราจะได้เดินหน้าทำงานต่อไปได้
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ส่วนบทบัญญัติที่กรธ.ได้มีการปรับแก้ไขให้ดีขึ้น เช่น มาตรา 5 กรณีที่ ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญใดที่จะมาปรับใช้แก่กรณีได้ ก็ให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เมื่อมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นก็ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีประชุมร่วมกันระว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรม ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานองค์กรอิสระต่างๆ และเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ จึงได้เพิ่ม ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาร่วมด้วย รวม 12 คน ทั้งนี้ ในส่วนของตำแหน่งนายกฯนั้นหากมีการลาออกหรือยุบสภา ก็ให้รักษาการนายกฯทำหน้าที่แทนได้ แต่หากตำแหน่งอื่นว่างลง ก็ให้ประชุมกันไปตามจำนวนเท่าที่มีอยู่จะเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้
โฆษกกรธ. กล่าวต่อว่า สำหรับหมวดรัฐสภา มาตรา 96 ว่าด้วยลักษณะต้องห้ามของบุคคลในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ประชุมได้ปรับข้อความ ใน (2 ) จากเดิมที่เขียนเพียงห้ามบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาเป็นอยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแม้คดียังไม่สิ้นสุด เนื่องจากทางกรธ.เห็นว่าการเขียนแบบเดิมหลวมไป และอาจจะถูกนำไปตีความในภายหลังได้
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ส่วนในมาตรา 98 ว่าด้วยเรื่องสิทธิของผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งส.ส. กรธ.ได้เพิ่มลักษณะต้องห้าม โดยเน้นคนดี สะอาดไม่มีภูมิหลัง เข้ามาสู่การเมือง ทำให้มาตรานี้จะมี 18 อนุมาตรา โดยอนุมาตราที่ 18 จะเขียนห้ามคนที่เคยพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 144 ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.ส.ว. กมธ.งบประมาณ ไปกระทำการแปรญัตติ ปรับเพิ่มโยกย้ายรายการงบประมาณ ในลักษณะที่ทำให้ตนเองได้ประโยชน์จากการใช้งบประมาณทั้งทางตรงและทางอ้อม จนทำให้มีสมาชิกเข้าชื่อ 1 ใน 5 ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อศาลตัดสินว่าบุคคลที่ถูกร้องขาดคุณสมบัติและพ้นจากตำแหน่ง ก็ไม่มีสิทธิมาสมัครับเลือกตั้งเป็นส.ส.อีกแล้ว และยังครอบคลุมไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการองค์กรอิสระ ที่ทำผิดตามมาตารา 235 เกี่ยวกับกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาทิ ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ร่ำรวยผิดปกติ จะถูกป.ป.ช.ไต่สวน และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัย หากมีความผิด ก็ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง แต่หากมีคดีอาญา เพราะเหตุทุจริตก็ส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา หากศาลชี้ว่ามีการทุจริตกระทำผิดจริง ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไป และคนเหล่านี้ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งส.ส.อีกตลอดไป ซึ่งถือว่าเป็นการทำให้รัดกุมมากขึ้น
นายชาติชาย กล่าวด้วยว่า สำหรับศาลรัฐธรรมนูญ กรธ…กำหนดให้มีวาระ 7 ปี ประกอบด้วย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 9 คน ซึ่งในมาตรา 206 เป็นเรื่องการสรรหาและคัดเลือก เมื่อส่งชื่อให้วุฒิสภาเห็นชอบบุคคลเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งในทางปฏิบัติอาจไม่ได้ตุลาการ ครบ 9 คนในเวลาเดียวกัน จึงกำหนดให้องคณะมีจำนวน 7 คน แล้วให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เมื่อมีการสรรหา และโปรดกล้าฯแล้ว ตุลาการทั้ง 7 ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ครบ 9 คน เพื่อไม่ให้ เสียเวลา ส่วนที่เหลือก็สรรหาตามกระบวนการ
“เราจะพยายามทบทวนร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จในวันนี้(25 มีนาคม) ถ้าไม่เสร็จ ก็จะพิจารณาต่อในเช้าวันที่ 26 มีนาคม จากนั้นในวันที่ 28 มีนาคม ทางกรธ.ก็จะตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนส่งจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มสมบูรณ์ และวันที่ 29 มีนาคม เวลา 13.39 น. จะแถลงส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับทำประชามติ ที่รัฐสภา และเมื่อนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. ลงนามแล้ว จะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ครม.ไปตามระบบธุรการ ทั้งนี้การที่กรธ.กำหนดแถลงส่งมองในเวลา 13.39 น.ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการถือฤกษ์ยามอะไร แต่เห็นว่าเลข 9 ทำให้ก้าวหน้า แต่คนไทยถือเชื่อโชคลางไว้ก็ดี ไม่เสียหายอะไร”นายชาติชาย กล่าว

