เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อมีรถเก๋งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากภายนอกเข้าไปส่งเอกสารยังตึกบัญชาการ ทำเนียบ แต่ขณะคนขับกำลังถอยรถเพื่อออกจากที่จอดรถหลังจากส่งเอกสารแล้วเสร็จ ปรากฏว่าท้ายรถไปชนอ่างบัวใบใหญ่ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกบัญชาการแตกกระจาย สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้พบเห็น และต่างพากันเป็นห่วงว่าจะเป็นลางร้ายของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งหลังจากมีผู้สื่อข่าวแห่เข้ามาถ่ายรูปกระถาง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบเก็บเศษกระถางที่แตก และแยกกระถางบัวสีออกมาเก็บไว้เพื่อรอกระถางใหม่มาวางแทน
อย่างไรก็ตาม ตำรวจนายนี้ ได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ทำเนียบ ที่ดูแลว่า ยินดีรับผิดชอบ โดยได้ฝากนามบัตรไว้เพื่อให้บริษัทประกันรถชดใช้ค่าเสียหายกับอ่างบัวที่แตก ซึ่งมีราคาประมาณ 5,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอ่างบัว ซึ่งปลูกบัวสีเหล่านี้ ได้ถูกนำมาวางตามจุดต่างๆ ของสนามหญ้าทั้งตึกไทยคู่ฟ้า และตึกบัญชาการทั้งหมด 10 ใบ ราคาใบละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งนำมาวางไว้เพื่อเป็นการปรับภูมิทัศน์ และเพื่อปรับฮวงจุ้ยเสริมสิริมงคลให้กับรัฐบาล อีกทั้งนายกรัฐมนตรีชอบดอกบัว เพราะบัวเป็นพืชมงคลที่นิยมปลูกในบ้านตามความเชื่อว่า จะนำความเจริญรุ่งเรืองและสิ่งดีๆ ให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีอ่างรั่วซึมมาแล้ว หลังจากที่นำอ่างมาลงได้ไม่นาน แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อ่างบัวแตกกระจาย จึงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะเป็นลางร้ายของรัฐบาลรับตรุษจีนในวันนี้หรือไม่ เพราะในวันตรุษจีนจะถือว่าห้ามทำสิ่งของอะไรแตก ถือเป็นลางไม่ดี
ทั้งนี้ ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า รถชนอ่างบัวแตกอาจเป็นลางร้ายให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ร้าว หลัง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนาฬิกาหรูอย่างรุนแรง แม้ต่อมาจะมีการขอโทษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่บรรยากาศและความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร และ นพ.ธีระเกียรติ ยังอึมครึม ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายกฯ นำ ครม.ไปเยี่ยมชมงานอุ่นไอรักคลายความหนาว นพ.ธีระเกียรติ ก็ไม่ได้เข้าร่วมงานแต่อย่างใด

