จากกรณีที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ทาง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่คณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับ 7 แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมอีก 43 คน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องห้ามชุมนุม มั่วสุมทางการเมืองเกิน 5 คนนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย โดยเห็นว่า การชุมนุมของประชาชนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งการปราศรัยของ 7 แกนนำ เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลอันเป็นสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มิได้เป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร อีกทั้งการชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธที่ชอบตามรัฐธรรมนูญ
ส่วนที่ คสช.อ้างว่า การชุมนุมรวม 50 คน เป็นการมั่วสุมกว่า 5 คนขึ้นไปเป็นความผิดตามข้อ 10 ของคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 นั้น เห็นว่า คำสั่งหัวหน้าคสช.ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปกป้องมิให้มีการต่อต้านการรัฐประหาร จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคสช.เอง เมื่อรัฐธรรมนูญปัจจุบันบังคับใช้แล้ว คำสั่งดังกล่าวจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดต่อหลักนิติธรรมที่รัฐธรรมนูญรับรอง เพราะเป็นคำสั่งที่มิได้มีขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ตามมาตรา 44 วรรคสองแห่งรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด จึงไม่อาจใช้บังคับใช้ได้



