หน้าแรก การเมือง ‘นิกร’ เปรียบ...

‘นิกร’ เปรียบรบ.อยู่ระหว่างเขาควาย ถ้าโรดแมปยังไม่ชัด ฝ่ายต้านจะออกมาเรื่อยๆ

17.02.18 | 19:04 น.

‘นิกร’ เปรียบ รัฐบาลอยู่ระหว่างเขาควาย เหตุมีกลุ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ชี้ เลือกตั้งต้องชัดสถานการณ์ถึงจะคลี่คลาย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิจารณ์เรื่องกฎหมายลูก 2 ฉบับ คือพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการเลือกตั้งส.ว. อาจถูกคว่ำในชั้นกรรมาธิการ ว่า ตนเองเคยแสดงความเห็นไว้ด้วยความเป็นห่วงว่า อย่าได้ทำอย่างนั้น เพราะมีแต่จะเกิดผลเสีย และมีผลกระทบที่รุนแรงมากเกินกว่าที่ทุกฝ่ายจะรับได้ มันเป็นเดิมพันที่สูงเกินไป แต่ในระยะหลังเริ่มมีสัญญาณจาก 3 ฝ่ายคือ นายกรัฐมนตรีที่ให้โฆษกรัฐบาลออกมาย้ำ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูดถึงเรื่องเลือกตั้งที่จะเห็นชัดก็ในเดือนมิถุนายนนี้ และทางนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ก็ออกมาให้น้ำหนักชัดเจนว่า ต้องผ่าน ทั้งหมดเป็นการย้ำให้ทุกคนเห็นชัด โดยเฉพาะเป็นสัญญาณให้สนช.เห็นว่า หากเกิดความพลาดพลั้งไปจนกฎหมายดังกล่าวคว่ำไปก็อาจกระทบทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบของสนช.เท่านั้น แต่โดยรวมเชื่อว่าน่าจะคลี่คลายได้

“เดิมผมเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ แต่เชื่อว่าสัญญาณที่รัฐบาล และคสช. ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ใหญ่ที่สุดส่งออกมาตอนนี้นั้นชัด เพราะคงรับไม่ไหวกับผลที่อาจเกิดขึ้นหากยืดอีก สัญญาณที่ออกมาเหมือนออกมาเตือนสนช.ที่จะเป็นคนลงคะแนน ให้เห็นว่าคสช.และรัฐบาลจะเอาอย่างไร และเป็นการย้ำกับประชาชนให้มีความเชื่อมั่น แม้ว่าจะสร้างไม่ค่อยได้แล้วเพราะประชาชนยังไม่ค่อยเชื่อ ฉะนั้นถึงตอนนี้ผมไม่ได้เผื่อใจแล้วว่าจะมีอุบัติเหตุ ทั้งที่จากเดิมเป็นห่วงมาก” นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวว่า ส่วนเรื่องวันเลือกตั้งที่นายกฯย้ำเสมอว่า อยู่ในโรดแมปนั้น ตนก็เชื่อว่าพฤศจิกายน 2561 อาจจะไม่ทันแน่ แต่อาจจะเกิดขึ้นช่วงธันวาคม หรือต้นปี 2562 ซึ่งโรดแมปจะถูกนับเริ่มตั้งแต่วันที่มีราชกิจจานุเบกษา ฉะนั้นหลักกิโลเมตรจะชัดเจนตั้งแต่บัดนั้น ตอนนี้เป็นเพียงการคำนวนอย่างยาวสุด ซึ่งถ้าประเมินว่าเป็นช่วงต้นปี 2562 คสช.ก็อาจจะร่นขึ้นมาเป็นภายในปลายปี 2561 ก็เป็นได้ ยังไม่มีความแน่นอน ดังนั้น หากเลือกตั้งช่วงปลายปี 2561 นายกรัฐมนตรีก็จะไม่เสียคำพูดต่อนานาชาติ และยังเป็นการลดแรงปะทะทางการเมือง และยังได้เครดิตด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความไม่พอใจขยายตัวไปพอสมควร จะเห็นได้ว่าเมื่อมีกลุ่มการเมืองออกมาเคลื่อนไหวแล้วประชาชนรับฟัง เพราะประชาชนอยู่ในอารมณ์นั้นด้วย รวมทั้งโพลต่างๆก็ออกมาชัด

“หากรัฐบาลยังสร้างเงื่อนไขขึ้นมาอีก จะยิ่งลำบาก เพราะเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้กับตัวเองเสียมากกว่าได้ เช่น จะไปจับเขาก็ไม่ได้ มีปัญหา ถ้าไม่จับเขาก็เคลื่อนต่อก็มีปัญหาอีก กลายเป็นอยู่ระหว่างเขาควาย ดังนั้นรัฐบาล และคสช.จะต้องผ่อนคลาย ด้วยการทำให้การเลือกตั้งชัดเจน และหากกฎหมายลูก 2 ฉบับนี้ผ่านก็จะยิ่งชัดขึ้น แต่ถ้าเขาไม่รู้ว่า จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็เคลื่อนกันไปได้เรื่อยๆ ประชาชนก็รับฟัง หากชัดเจนขึ้นแล้วจะเคลื่อนไปได้อย่างไรใช่หรือไม่” นายนิกร กล่าว

Advertisement