‘มัลลิกา’จี้ถามคลังรู้เห็นร้านสะดวกซื้อเป็นเอเยนต์แบงก์ รองรับคนตกงานอย่างไร

18.02.18 | 14:01 น.

จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่าจะมีการประกาศหลักเกณฑ์การเป็นตัวแทนธนาคารหรือแบงกิ้งเอเยนต์ หลังจาก นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ลงนามแล้วโดยจะเป็นการขยายธุรกรรมทางการเงิน ทั้งรับ-ฝาก-ถอนเงินในร้านสะดวกซื้อได้นั้น

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน กล่าวว่า รู้สึกข้องใจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติเช่นนี้ เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบตามมาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานลดลงจากธนาคารทำให้คนตกงานอีกจำนวนมากขนาดธนาคารบางแห่งเตรียมในการที่จะปรับลดพนักงานเพื่อรองรับโลกยุคดิจิทัลก็ยังต้องถอยเพราะมีความรับผิดชอบต่อสังคมคือไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อการตกงานของพนักงานในระหว่างนี้

นางมัลลิกากล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์นี้และอยากให้ชี้แจงว่าเป็นนโยบายจากใคร มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ เพราะไปสอดคล้องกับแนวคิดและวิถีของเจ้าสัวใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อไปทดลองลงทุนขยายฐานธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยการทำให้ร้านสะดวกซื้อในเครือของตนเปิดบริการเป็นธนาคารไปแล้วเช่นกัน หลักเกณฑ์นี้แม้จะระบุว่าเพื่อความสะดวกของผู้บริโภคและเป็นการลดต้นทุนการเปิดสาขาของธนาคารและเป็นการเปิดทางให้กับร้านโชห่วยและร้านสะดวกซื้อทั้งหมดนั้นเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะร้านสะดวกซื้อที่มีศักยภาพมีอยู่เจ้าเดียว ส่วนร้านโชห่วยไม่สามารถไปแข่งขันกับเครือเจ้าสัวได้ทุกวันนี้ก็ปิดตัวโชห่วยไปครึ่งประเทศ เพราะร้านสะดวกซื้อเข้าไปเปิดถึงหน้าปากซอยในเขตทุรกันดาร

“ต่อไปถ้ารับฝากเงินถอนเงินโอนเงินในร้านสะดวกซื้อได้อีกและพนักงานก็ต้องถามว่ารับขนมจีบซาลาเปาด้วยไหมค่ะ ลองคิดดูว่าจะมีคนตกงานจากธนาคารอีกจำนวนเท่าใดและกระทรวงการคลังมีแผนรองรับเรื่องนี้อย่างไร ช่วยชี้แจงด้วยว่าหลักเกณฑ์นี้จะไม่เอื้อให้กับเครือเจ้าสัวอย่างไร” นางมัลลิกากล่าว และว่า เรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเข้ามาหลายทางและมีการแสดงความคิดเห็นผ่านทั้งสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างกว้างขวาง ซึ่งเห็นว่าทางการจะต้องตอบคำถามสองข้อคือ 1.จะรองรับวิกฤตการตกงานอย่างไร 2.หลักเกณฑ์นี้เป็นการเอื้อให้กับธุรกิจเครือเจ้าสัวหรือไม่ และ 3.ใครผู้ใดมีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังหรือไม่และรัฐบาลเกี่ยวข้องกับการสั่งการหรืออย่างไร เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ