จากกรณี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีข้าราชการซี 9 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถูกกล่าวหาข่มขืนนักธุรกิจสาวที่เห็นแววว่าข้าราชการหื่นกามยังคงลอยนวลได้อีกนานในวัฒนธรรมไทย รู้สึกผิดหวังเสมือนว่ามีความพยายามดองเรื่องเพื่อช่วยเหลือพวกเดียวกัน สังเกตได้จากผู้เสียหายทำเรื่องร้องไปที่ดีเอสไอ ต้นสังกัดของผู้ถูกกล่าวหาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 แต่เรื่องถูกส่งต่อไปที่กระทรวงยุติธรรมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนถึงขณะนี้ พยานหลักฐานมันยากลำบากหรือถึงต้องใช้เวลาพิสูจน์นานถึง 10 เดือน ทั้งที่มีพฤติการณ์และหลักฐานประจักษ์ชัด ขนาดมีคนกล้าหาญลุกขึ้นมาสู้เพื่อความเป็นธรรม หน่วยงานราชการยังเอ้อระเหยแบบนี้ ถ้าเรานิ่งเฉยมันจะขนาดไหน การนิ่งเฉยเป็นการช่วยให้คนชั่วลอยนวล”
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า กระทรวงยุติธรรมยังขอยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่มีเหตุผลใดเพื่อถ่วงเวลา และไม่มีการช่วยกันอย่างแน่นอน เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมไม่มีค่านิยมดังกล่าว มิเช่นนั้นกระทรวงยุติธรรมคงไม่ออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ทั้งที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสอบสวนจากพฤติการณ์แล้วเห็นว่าผิดวินัยไม่ร้ายแรง แต่เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีที่มีความซับซ้อน ไม่ชัดเจน
ตามประเด็นข่าว และอีกทั้งภรรยาของผู้ถูกร้องได้มีการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายการละเมิดจากผู้ร้องต่อศาลและศาลก็ได้มีความพิพากษาให้ผู้ร้องจ่ายค่าเสียหายกว่า ๓ แสนบาท ซึ่งปัจจุบันคดีนี้ผู้ร้องได้อุทธรณ์ต่อศาลไปแล้วเช่นกัน รวมถึงผู้ร้องยังได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน และเป็นโจทก์ฟ้องต่อศาลเองด้วย นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษยังจะได้ออกคำสั่งย้ายผู้ถูกร้องออกไปอยู่ในฝ่ายอำนวยการที่ไม่ให้มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการเป็นพนักงานสอบสวนอีกด้วย
นายธวัชชัยยังกล่าวอีกว่า กระทรวงยุติธรรมจึงจำเป็นต้องให้ความระมัดอย่างยิ่งยวดที่ต้องให้ความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย และการดำเนินการกรณีนี้ที่ผ่านมาก็ยังคงสามารถรักษาเกณฑ์เวลาเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายและกระทรวงฯ กำหนด ไม่ได้ช้าตามข้อกล่าวหาดังกล่าวแต่ประการใด

