วงเสวนา “ตุลาการธิปไตย ศาล และการรัฐประหาร” นักวิชาการมองท้องถิ่นยุคภายใต้ คสช. สตง.เอาจริง กำกับการใช้อำนาจแบบไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 13.00 น.ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกับคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) จัดเสวนานำเสนอบทความวิชาการ “ตุลาการธิปไตย ศาล และการรัฐประหาร” โดยนายณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวถึงการปกครองท้องถิ่นภายใต้ระบอบ คสช. ตอนหนึ่งว่า ช่วงปี 57 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความพยายามที่จะใช้ระบบแต่งตั้งหรือสรรหาแบบที่เคยใช้ในสมัยจอมพลสฤทธิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร แต่ก็ใช้ได้ไม่กี่เดือน สุดท้ายก็กลับไปใช้แบบเดิมคือการไปตามนักการเมืองท้องถิ่นที่พ้นวาระให้มาเป็นอยู่แบบเดิม ประเด็นปัญหาที่พบจากการสรรหา ยกตัวอย่าง จ.เชียงราย มีการใช้ระบบสรรหา 9 แห่ง สิ่งที่พบคือมันเกิดระบบโควตา เนื่องจากกรรมการสรรหาเป็นข้าราชการ ระบบโควตาที่ว่าคือการแบ่งสรรเก้าอี้กันในหมู่หน่วยงานสำคัญในระดับจังหวัด เช่น ฝ่ายปกครอง อัยการ ทหาร ตำรวจ ครู อีกปัญหาหนึ่งคือมันไม่มีความเป็นตัวแทน แต่สุดท้ายแล้ว คสช.ก็ได้ยกเลิก ทั้งนี้ ประเด็นที่ตนคิดว่าทำให้คสช.เปลี่ยนใจคิดว่าน่าจะเป็นกระแสคัดค้านอย่างมากในช่วงที่หลังมีรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) เกิดการแต่งชุดดำทั่วประเทศตอบโต้การให้สัมภาษณ์ของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่พูดทำนองว่าท้องถิ่นฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายงบประมาณไม่รอบคอบ
นายณัฐกรกล่าวต่อว่า หลังจากคสช.คืนตำแหน่งให้แล้ว งดเลือกตั้ง คสช.ก็จะใช้มาตรา 44 อีกลักษณะหนึ่งก็คือสั่งพักงานนักการเมืองท้องถิ่น โดยรวมคืออยู่ในตำแหน่งได้ต่อไป แต่หากใครมีปัญหาหรือข้อครหา หัวหน้า คสช.ก็จะออกมาตรา 44 เป็นรายๆ ไป ทั้งนี้ทุกที่อาจให้นักการเมืองอยู่ในตำแหน่งไป แต่มี 2 แห่งที่คสช.ขอตั้งคนเข้ามาทำหน้าที่โดยตรง คือ ผู้ว่าฯ กทม.และนายกเมืองพัทยา ซึ่งทั้งสองแห่งนี้เป็นตำรวจทั้งคู่ และหลังจาก คสช.เข้ามา เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ หากเป็นยุคการเมืองปกติ การใช้จ่ายงบประมาณก็จะใช้จ่ายผ่านท้องถิ่นแม้จะเป็นโครงการของรัฐบาลกลางก็ตาม แต่หลังปี 2557 หลายเรื่องส่วนกลางกลับดึงไปทำเอง ขณะที่บทบาทขององค์กรตรวจสอบก็มีแข็งขันขึ้นอย่างยิ่ง คือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เอาจริง ยกตัวอย่าง สมมติ อบจ.เชียงราย ขึ้นป้ายที่ดอนเมืองไม่ให้ทำ คือสตง.เข้ามากำกับการใช้อำนาจของท้องถิ่นแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ทำให้หลักประกันที่เคยมีใน 40 หายไป แต่ถามว่ากระทบหรือไม่ยังไม่กระทบเพราะหลักประกันเหล่านี้ถูกเขียนลงในกฎหมายลูกครบถ้วนแล้ว

