“ประธานป.ป.ช.” เผย ป.ป.ช.ตั้งวอร์รูมติดตามผลคะแนน CPI คืนนี้ ถ้าค่าสูงขึ้นถือเป็นฝีมือของทุกองคาพยพ แต่ถ้าต่ำ ป.ป.ช.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
วันที่ 21 กุมภาพันธุ์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ทุกภาคส่วนร่วมใจ ยกระดับคะแนน CPI สูงกว่าร้อยละ 50” ตอนหนึ่งว่า การต่อสู้กับการทุจริตได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์หลายระดับ โดยเฉพาะในแผนยุทธศาสตร์ชาติระดับ 3 ระหว่างปี 60-64 กำหนดให้ค่า CPI ต้องสูงเกินกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 64 ถือเป็นความท้าทาย โดยที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช.ได้ศึกษาการประเมินค่า CPI ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ และมีการทำข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแล้ว แต่ประเด็นในการประเมินมีความเกี่ยวข้องหลายมิติ ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน กระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย สิทธิมนุษยชน จึงต้องอาศัยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันดำเนินการ ทั้งนี้ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี 2017 จะประกาศผลคะแนนในช่วงคืนนี้ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ตั้งวอร์รูมติดตามผลคะแนนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หวังว่าจากการทำงานของเราที่ผ่านมาจะทำให้เราได้คะแนนมากขึ้นกว่าเดิมจากอันดับ 101 จาก 176 ประเทศ หากไม่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น ก็คงต้องมาดูว่าจาก 9 ฐานที่ใช้ประเมินผลคะแนนนั้น ฐานไหนที่ทำให้คะแนนลดลง
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวต่อว่า เรายังมีข้อจำกัดในเรื่องของการตรวจสอบข้อร้องเรียน ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนค้างเก่ารอการไต่สวน 1.3 หมื่นเรื่อง ส่วนเรื่องที่รอแสวงหาข้อเท็จจริงอีก 2100 เรื่อง หากสามารถแก้ปัญหาข้อร้องเรียนได้เร็ว การป้องปรามแล้วการป้องกันก็จะเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ หากกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช.มีผลบังคับใช้ จะมีเรื่องของเงื่อนเวลากำหนดในการตรวจสอบสำนวนคดี จะทำให้เกิดความชัดเจนในการทำคดีมากขึ้น ทั้งนี้ ค่า CPI จะเป็นตัวตัดสินว่าการทำงานตลอดปีที่ผ่านมาของเราเป็นอย่างไร ถ้าค่า CPI สูงขึ้นถือเป็นฝีมือของทุกองคาพยพ ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน ไม่ใช่เพราะ ป.ป.ช.เพียงหน่วยงานเดียว ไม่มีใครเป็นพระเอกได้ แต่ถ้าคะแนนตกต่ำ ป.ป.ช.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และหากเราสามารถเคลียร์เรื่องร้องเรียนการได้ทั้งหมดภายใน 2 ปี ขอให้คำมั่นว่ามาตรการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการป้องปรามจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

