หน้าแรก การเมือง แจงคืบปฎฺิรูป...

แจงคืบปฎฺิรูปบริหารราชการ เน้นป้องกันทุจริต-ได้คนดี ส่วนด้านยุติธรรม ชี้ ต้องใช้เวลา

22.02.18 | 11:59 น.

กก.ปฏิรูปประเทศด้านบริหารราชการแผ่นดิน แจงปฏิรูปยึดตามรธน. ต้องบูรณาการหน่วยงานภาครัฐโปร่งใส ป้องกัน ทุจริตได้ ด้านกก.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เผยทำได้ยาก-ช้า แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนที่มีพลัง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการปฏิรูปร่วมกับสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าปฏิรูปประเทศไทย หัวข้อ “สร้างมิติใหม่ภาครัฐ ยืนหยัดยุติธรรม” โดยมีนางเบญจวรรณ สร่างนิทร รองประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านบริหารราชการแผ่นดิน และนายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ กรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม เข้าร่วม

นางเบญจวรรณ กล่าวว่า ในการปฏิรูปด้านบริหารราชการแผ่นดิน ได้ยึดตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 258 เป็นหลักว่าจะต้องทำเรื่องใดบ้าง เพื่อนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการอำนวยความสะดวกประชาชน มีการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน ปรับปรุงองค์กรให้มีความกระชับ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง บริหารบุคคลให้ได้คนดี มีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ มีความเหมาะสมพร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีความคล่องตัว เปิดเผย ตรวจสอบได้ และมีกลไกในการป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน

ด้านนายชาญณรงค์ กล่าวว่า ด้านกระบวนการยุติธรรมประชาชนมักจะถอนหายใจเพราะเป็นเรื่องยาก แต่กระบวนการปฏิรูปนั้นมีความพยายามดำเนินการ แต่ต้องใช้เวลา เพราะแต่ละหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมีการทำงานที่เป็นอิสระต่อกัน แม้จะมีประโยชน์ในการทำคดีที่จะไม่ถูกแทรกแซง แต่ในการปฏิรูปทำได้ยาก และช้า การที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการปฏิรูปประเทศถือเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนที่มีพลัง และการปฏิรูปในอดีตที่ไม่สำเร็จอาจมีความเป็นไปได้ จึงได้กำหนดแผนการปฏิรูป 10 ประเด็น คือ 1.การกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า โดยคณะปฏิรูปเตรียมที่จะเสนอกฎหมายเพื่อกำหนดระยะเวลาในการตรวจสอบขั้นตอนและระยะเวลาของคดี ให้หน่วยงานรัฐเร่งรัดกระบวนการให้ประชาชน 2. การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม 3.การพัฒนากลไกการบังคับการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ 4. การปรับการบริหารงานยุติธรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรมในสังคม 5.การปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาเพื่อให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม 6.การกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ 7.การพัฒนาระบบการสอบสวนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการปฎิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ 8.การปฏิรูประบบนิติวิทยาศาสตร์เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อเท็จจริงแห่งคดี 9.การเสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และ 10.การพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ