วันนี้ (23 ก.พ.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว.กทม.และอดีตสปช. โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ สนช. ระบุว่า
นอกจากสนช.รับเงินเดือนเต็มแล้ว เมื่อสนช.ออกมาตราฐานจริยธรรมของสมาชิก ก็ยังเกรงว่าข้อบังคับเรื่องให้สนช.อุทิศเวลาให้การประชุมสภาอย่างเต็มที่ จะทำไม่ได้สำหรับสมาชิกที่เป็นนักธุรกิจ จึงได้ยกเว้นว่า มีงานธุรกิจส่วนตัวไม่เป็นไร “ลาได้”
ส่วนผู้นำคสช.ที่มีตำแหน่งในครม.ด้วยจะได้รับเงินเดือนเต็มทั้ง2ตำแหน่ง ทั้งในคสช.และในครม.ใช่หรือไม่? บริหารมาจะครบ4ปีแล้ว ถ้าขยับเวลาออกไปอีก ก็จะได้เงินเดือน2เท่าต่อเนื่องไปอีกเรื่อยๆ ใช่หรือไม่?
ดูตัวอย่างในยุครัฐบาลเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์และจอมพลถนอมข้าราชการอย่างดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สมัยเป็นคณบดีเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และเป็นผู้ว่าแบ็งค์ชาติไปพร้อมกัน มีข้อกำหนดทางราชการสมัยนั้นให้ข้าราชการที่ดำรง2ตำแหน่ง ให้เลือกรับเงินเดือนที่ใดที่หนึ่งแค่ครึ่งเดียว แทนที่ท่านจะเลือกรับเงินเดือนผู้ว่าแบงค์ชาติเต็มคือ 50,000บาท และรับเงินเดือนคณบดีครึ่งเดียวคือ 4,000บาท ท่านกลับเลือกรับเงินเดือนคณบดีเต็มคือ8,000บาท และรับเงินเดือนผู้ว่าแบ็งค์ชาติครึ่งเดียว คือ 25,000 บาท
สนช.และคสช.ผู้เสียสละมาบริหารบ้านเมืองในวาระพิเศษจนจะครบ4ปีแล้ว ควรดูไว้เป็นแบบอย่าง ควรทำเรื่องที่เป็นประโยชน์เพื่อปฏิรูปบ้านเมืองที่แท้จริง เพราะท่านไม่ได้มาบริหารบ้านเมืองให้ฟรีๆ แต่มีค่าใช้จ่ายที่เป็นภาษีของประชาชน

