‘องอาจ’หวังอย่ามีใบสั่งโผล่อีก ชี้ประชามติเพื่อประเทศเดินหน้า สำคัญกว่าแพ้-ชนะ

27.03.16 | 14:17 น.

‘องอาจ’จับตาโค้งสุดท้ายร่าง รธน. 5 ประเด็นหลัก หวั่นมีใบสั่งก่อนส่งถือมือรัฐบาล 29 มี.ค.นี้ ชี้ผลประชามติไม่ใช่การแข่งขันแพ้-ชนะ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ทึ่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. แถลงถึงการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จะเสร็จสิ้น และส่งมอบให้รัฐบาลในวันที่ 29 มีนาคมนี้ว่า คงต้องติดตามดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอนมากน้อยแค่ไหนจากร่างรัฐธรรมนูญเดิม โดยเฉพาะบทเฉพาะกาล เนื่องจากยังมีแนวคิดของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) บางคนที่ต้องการให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้มีสิทธิลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นตนจึงหวังว่าจะไม่มีใบสั่งส่งมาในวันสุดท้ายก่อนจะส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาล ส่วนในบทบาทถาวรนั้น คงต้องติดตามดูเช่นกันว่าจะได้ปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเรียกร้องของประชาชนมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในเนื้อหาสาระสำคัญ หรือจะมีการแก้ไขเพียงถ้อยคำเล็กๆ น้อยๆ

นายองอาจกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ต้องติดตามดูอย่างรอบคอบว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขมี 5 ประเด็นสำคัญคือ 1.เรื่องสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะมีความครอบคลุมทุกบริบทหรือไม่ 2.ระบบตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ จะมีความเข้มขึ้นเพียงพอ ที่จะยับยั้งการกระทำที่มิชอบของฝ่ายบริหารได้หรือไม่ 3.การออกแบบกลไกป้องกันการใช้ อำนาจ หน้าที่โดยมิชอบ และการแสวงหาประโยชน์ เพื่อตนเองและพวกพ้องของฝ่ายบริหาร 4.การสร้างดุลยภาพของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ และศาลเป็นไปอย่างเหมาะสมหรือไม่ และ 5.การวางรากฐานการปฏิรูป เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงจังมากน้อยแค่ไหน

“ผมอยากเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนติดตามเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งในบทถาวร และบทเฉพาะกาลว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคล และคณะบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ฝ่ายแสดงความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผล เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ และพึงตระหนักร่วมกันว่าผลการออกเสียงประชามติ ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรไม่ใช่ผลการแข่งขัน ที่ต้องมีแพ้ชนะ เราไม่ควรมีผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่เราคนไทยควรช่วยกันทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้” นายองอาจกล่าว