หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช.รับสอบค...

ป.ป.ช.รับสอบคนหนีต่างประเทศปมราชภักดิ์เป็นเรื่องยาก เผยยังรอข้อมูล สตง.-ป.ป.ท.

27.03.16 | 15:55 น.

ป.ป.ช.ยันสอบหมดราชภักดิ์ ชี้รอข้อมูลจาก สตง.-ป.ป.ท.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม นายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีแสวงหาข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยังไม่ได้ส่งเอกสารข้อมูลต่างๆ มาให้กับทาง ป.ป.ช. ซึ่งคงต้องให้เวลาเขาได้จัดทำเอกสารให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยมีการรับปากกันแล้วว่าจะส่งให้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้ายังไม่ส่งมาให้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ตนจะไปทวงด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่า นอกจากการตรวจสอบเซียนอุ๊ ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว จะตรวจสอบอดีตทหารตามที่มีรายชื่อถูกกล่าวหาร้องเรียนมาที่ ป.ป.ช.หรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า หากมีการตั้งเรื่องขึ้นมาสอบผู้ถูกกล่าวหาตามที่ถูกร้องเรียน ก็ต้องพิจารณาให้หมดทุกรายชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม หากเป็นบุคคลที่กำลังหลบหนีอยู่ก็ต้องดูด้วยว่าเขาเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร แต่ในเมื่อตามหาตัวไม่เจอหรือสาบสูญ ก็ต้องดูกันอีกครั้งว่าจะติดตามมาให้ถ้อยคำได้อย่างไร ซึ่งคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้น การจะได้ข้อเท็จจริงจากปากคำเมื่อทำไม่ได้ก็ต้องใช้ข้อเท็จจริงจากเอกสาร หรือพยานหลักฐานที่พาดพิงถึง แต่เท่าที่ฟัง สตง.แถลงนั้น เหมือนกับทหารไม่เกี่ยวข้องแต่เราก็ต้องดูสำนวนที่เขาจะส่งมาอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามถึงประเด็นที่ ป.ป.ช.จัดตั้งในการไต่สวน นายยงยุทธกล่าวว่า ขณะนี้มีประเด็นซ้ำกันอยู่แล้วกับที่ สตง.ดำเนินการสอบไป คือเรื่องการจ้างโรงหล่อ 5 โรง และเรื่องต้นไม้ ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตเรื่องเซียนอุ๊เป็นนายก อบต.นั้น ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดแล้วว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ซึ่งถ้าพบว่ามีตำแหน่งจริงก็ต้องตรวจสอบเรื่องการรับเงินรับทอง ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103 หรือไม่ อีกทั้งต้องดูด้วยว่าเขามีธุรกิจหรือไม่ หรือว่ารับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะแล้วไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาก็ถือว่าผิดมาตรา 103 ที่ไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาก็จะมีโทษทางอาญาด้วย

นายยงยุทธกล่าวว่า และจะมีประเด็นต่างๆ ที่ ป.ป.ช.จะต้องดูเพิ่มขึ้นเพื่อความรอบคอบ และเรื่องที่มีการร้องทั่วๆ ไป ที่ร้องว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องละเว้นหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ก็ต้องดูก่อนว่าเขารับรู้หรือไม่ แต่ถ้ารู้แล้วมีการสั่งสอบสวนก็ถือว่าไม่ละเว้น ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด

Advertisement

นายยงยุทธกล่าวว่า สำหรับข้อมูลที่อยากได้จากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นั้นเป็นประเด็นที่นายเรืองไกลพูดถึง สเปกที่ไม่สมบูรณ์ขององค์พระรูป และหากได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ากรรมการตรวจรับนั้นเป็นของมูลนิธิ หรือเป็นกรรมการภาครัฐ มีหลายเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้น หากใครมีข้อมูลก็ขอให้ส่งเข้ามาเพราะ ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานสุดท้ายที่ต้องทำคดีอาญา เพื่อที่จะกำหนดประเด็นในการตั้งอนุกรรมการไต่สวน

นายยงยุทธกล่าวว่า ทาง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ไม่ได้กำชับหรือมอบนโยบายเป็นพิเศษต่อกรณีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งตามปกติประธาน ป.ป.ช.ทุกคนก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการทำคดี ไม่เคยมาลงในรายละเอียด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ปล่อยให้เป็นเครดิตของคณะทำงาน และของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีนั้นๆ เพียงแต่ถ้าเห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องที่สำคัญๆ ก็เร่งรัดมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องนี้เข้าใจดีว่าเป็นที่สนใจของสังคมทางเราก็ได้เร่งรัดอยู่แล้ว