ทั้งๆที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ก็ออกมายอมรับว่า “คนส่วนใหญ่”ของประเทศต้องการ “เลือกตั้ง”
แล้วทำไมการแสดงออกของ”คนอยากเลือกตั้ง”จึงผิด
คำถามนี้มิได้ดังมาจาก”คนอยากเลือกตั้ง”ที่แสดงออกโดยตรงติดต่อกันหลายครั้งหลายหน
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวันที่ 27 มกราคม บริเวณสกายวอล์ค สี่แยก
ปทุมวัน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ บนถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หากแม้กระทั่งนักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติ ไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย ก็สงสัย
เหตุใดไม่ยอม”ปลดล็อก”พรรคการเมือง
ปรากฏการณ์อันดำเนินไปอย่างย้อนแย้งเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแถลงจากทีมโฆษกคสช.
คือ 1 ยอมรับว่าจะขับเคลื่อนโรดแมป “เลือกตั้ง”
ขณะเดียวกัน 1 คือ ไม่ยอมให้มีการเคลื่อนไหวอย่างสงบของบรรดา “คนอยากเลือกตั้ง”
รูปธรรมอันย้อนแย้งเป็นอย่างยิ่งคืออะไร
คือ คสช.ยังสั่งการและมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการแจ้งความ กล่าวโทษ
ไม่ว่าจะเป็นกรณีเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่สกายวอล์ค แยก ปทุมวัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ บนถนนราชดำเนิน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หน้ามหาวิทยา ลัยเชียงใหม่
ทั้งยังพยายามจะขยายกรอบว่ามีความผิดประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 116 อีกด้วย
ทั้งๆที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ
ในความเป็นจริงของการดำเนินการทางการเมืองให้เป็นไปตามโรดแมปอย่างสร้างสรรค์
เมื่อมีรัฐธรรมนูญก็ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อมีพรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองก็ต้องให้กฎหมายขับเคลื่อน ไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่จากเดือนเมษายน 2560 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ยังไม่มีอะไรคืบหน้า
ทั้งที่รู้อยู่อย่างดีว่า”คนส่วนใหญ่”ของประเทศอยาก”เลือกตั้ง”

