“สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ชูพิมพ์เขียว เลือก พท.ไม่ขัดแย้ง

หมายเหตุ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์มติชนถึงกระแสข่าวเรื่องการเข้ามาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย รวมทั้งแนวทางการปฏิรูปพรรคเพื่อเตรียมความพร้อมรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ช่วงที่ผ่านมาปรากฏชื่อคุณหญิงเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย

ยังยืนยันอย่างที่ได้เคยพูดไปว่า ไม่เคยเสนอตัวเข้ามาเป็นแคนดิเดตหรือประสงค์ที่อยากจะเข้ามามีตำแหน่งอะไรเลย และทุกครั้งที่มีข่าวออกมาก็ไม่เคยออกมาจากปากตัวเอง ไม่ทราบว่าออกจากใคร

ขณะนี้ พรรคเพื่อไทยเรามีหัวหน้าพรรคอยู่แล้วคือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ท่านทำหน้าที่ได้ดี และเข้มแข็ง ไม่เคยหนีไปไหน ส่วนถ้าเขาบอกว่าต้องมีการประชุมพรรคเพื่อหาหัวหน้าพรรคหนักใจไหม ก็ไม่หนักใจเพราะคนในพรรคเพื่อไทยก็มีความรู้ความสามารถหลากหลาย มากมาย สามารถหาได้ แต่ขณะนี้เวลามีข่าวออกไปถามว่ารู้สึกอย่างไร ก็ต้องบอกว่า เวลามีข่าวถึงแม้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนให้ข่าวแต่ก็รู้สึกละอายใจที่มีข่าวหัวหน้าพรรคไม่จบเสียที

ขณะที่บ้านเมืองยังมีปัญหา ชาวบ้านยังเดือดร้อนแต่เรายังมาพูดเรื่องแย่งกันเป็นหัวหน้าพรรค ดิฉันไม่สบายใจในแง่นี้มากกว่า ไม่ได้ไม่สบายใจว่าได้เป็นหรือไม่ได้เป็น

ดิฉันทำหน้าที่ของคนคนหนึ่งที่อยู่ในองค์กร และหน้าที่ของพลเมืองไทยคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทย ดิฉันคิดว่าประเทศไทยเหมือนรถคันหนึ่งติดหล่มมา 10 ปี ตัวเราเองที่อยู่บนรถคันนี้ก็อึดอัด ดังนั้นเราย่อมอยากให้รถประเทศไทยหลุดจากหล่มนี้ รถคันนี้องค์กรของดิฉันอยู่ในนั้นด้วย แน่นอน ต้นเหตุของปัญหามาจากหลายฝ่าย ดิฉันคิดแต่เพียงว่าจะทำยังไงให้รถเคลื่อนได้สักที

และสิ่งที่ทำได้คือการเสนอในองค์กร ซึ่งดิฉันโชคดีที่หลังจากมีการปฏิวัติแล้ว ไม่ได้เข้ามาทำงานทางการเมืองเลย จึงใช้เวลาไปเรียนหนังสือ ศึกษาธรรมะ และทำดุษฎีนิพนธ์ในหัวข้อ “พุทธวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในการเมืองไทย”

ได้ทบทวนไปด้วยว่า เราควรเริ่มแก้ไขปัญหาที่ตัวเราเองก่อนตามหลักพุทธ ดังนั้น พิมพ์เขียวที่ดิฉันจะเสนอพรรค ดิฉันคิดว่าสิ่งที่จะแก้ปัญหาของประเทศได้ต้อง 1.พรรคเพื่อไทยต้องยืนหยัดในหน้าที่ที่มีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนหยัด ยืนยันที่จะปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน 2.เราต้องหาทางแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งนี้ โดยเราต้องเลือกวิธีที่ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยแล้วจะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวาย หรือความขัดแย้งในบ้านเมืองอีก แม้คนอื่นพยายามมาขัดแย้งกับเรา เราก็ต้องพยายามปรับท่าทีตรงนี้ให้เห็นชัด ถ้าเราเริ่มต้นแล้วก้อนหินก้อนอื่นในรถไม่ยอมเคลื่อน ประชาชนจะมากดดันเขาเอง

ดิฉันคิดว่าปัญหาพรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ที่จะไม่ชนะเลือกตั้ง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เมื่อชนะเลือกตั้งแล้ว ทำอย่างไรให้สามารถทำงานให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่าเราต้องแสดงว่าเราจะเลือกทางสันติวิธี ยึดหลักกติกาประชาธิปไตย คนอื่นไม่เริ่มไม่เป็นไร ชาวบ้านจะเห็นเอง

3.ดิฉันอาจจะมาในยุคที่ถูกหล่อหลอมให้คิดถึงหน้าที่ที่ต้องทำต่อประชาชนก่อนตัวเราเอง ดังนั้น พิมพ์เขียวที่ดิฉันจะเสนอจึงคิดว่า แทนที่เราจะมาคุยเรื่องอื่น เราต้องเริ่มคิดค้นสิ่งที่จะเป็นนโยบายมาแก้ไขปัญหาประชาชน อะไรในอดีตที่เราเคยทำแล้วประชาชนไม่สบายใจเราต้องไม่ทำ อะไรที่ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจเราต้องไม่ทำต่อไปอีก อะไรที่เราทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์เราต้องพัฒนาให้ดีขึ้น

เรามีความสำเร็จตั้งแต่อดีตเป็นเครื่องยืนยันให้กับประชาชนแล้วตั้งแต่พรรคไทยรักไทยว่า เราเป็นพรรคที่คิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหาประชาชนด้วยสมอง แล้วใช้หัวใจในการทำงาน เราต้องกลับไปใช้จุดแข็งจุดนั้น แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ปัญหาของประเทศซับซ้อนขึ้นมาก ซับซ้อนจากระยะเวลาของความหมักหมมปัญหา ซับซ้อนจากกลไกที่ผู้มีอำนาจขณะนี้วางตั้งแต่ยึดอำนาจที่ต้องการอยู่ยาว จึงวางกลไกให้การเมืองอ่อนแอ ซึ่งไม่ได้ให้นักการเมืองลำบาก เพราะนักการเมืองทำงานไม่ได้ก็กินเงินเดือนกัน แต่วันหนึ่งถ้าคนที่ได้เลือกเข้ามาทำงาน จะไม่สามารถทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้เลย

เมื่อเป็นแบบนี้เราต้องคิดวิธีการที่จะทำงานให้กับประชาชนให้ได้ตั้งแต่ตอนนี้ มันยากกว่าตอนไทยรักไทยเป็นร้อยเท่า ซึ่งในพิมพ์เขียวของดิฉัน ดิฉันคิดแล้วว่าจะทำอย่างไร ดิฉันจึงขอว่าดิฉันขอเสนอพิมพ์เขียวให้กับองค์กรของดิฉันได้ไหม ซึ่งถ้าสิ่งนี้ดีกับองค์กรก็จะดีกับประเทศด้วย

นอกจากนี้ ดิฉันคิดว่าปัญหาของพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีปัญหาที่หัวหน้าพรรค หรือผู้นำพรรค เมื่อเขาปล่อยให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง สมาชิกพรรค ประชาชนที่สนับสนุนพรรค นักการเมืองของพรรค ใครก็แล้วแต่ ต้องพิจารณาแนวทางการเดินของพรรคก่อน เหมือนกับเรามีแบบบ้าน เราอยากสร้างบ้านทรงยุโรป ที่ต้องใช้ช่างอิฐช่างปูน หรือบ้านทรงไทย ซึ่งต้องใช้ช่างไม้ เราอยากได้บ้านแบบไหน ค่อยหาช่างแบบนั้นไปทำงาน เรื่องคนต้องมาทีหลังแนวทาง และเรื่องคนก็ไม่มีปัญหา เพราะมีทั้งช่างปูนและช่างไม้อยู่ในพรรค

แปลว่าคุณหญิงมีพิมพ์เขียวที่จะเสนอให้พรรคแล้วพร้อมที่จะขับเคลื่อนใช่หรือไม่

ไม่ใช่ค่ะ ขณะนี้ที่ดิฉันมีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนในพรรคบ้าง ดิฉันก็เสนอแนวทาง แต่ไม่ได้เสนอแนวทางบนเงื่อนไขว่าดิฉันเสนอตัวเป็นแคนดิเดต และดิฉันก็พูดหลายครั้งแล้วว่าดิฉันไม่ได้เสนอตัว ไม่เคยพูดว่าดิฉันจะลงสมัครหรือไม่ลงสมัคร เพียงแต่ว่าดิฉันอยู่ในบ้านหลังนี้ แล้วบ้านหลังนี้ดันไปเป็นปัจจัยหนึ่งของประเทศ ดิฉันเพียงคิดว่าถ้าทำบ้านให้ดี ประเทศก็จะดี องค์กรดิฉันก็รอด แค่นั้นเอง

ถ้าทุกคนเห็นด้วยกับพิมพ์เขียวที่เสนอ และพร้อมที่จะให้คุณหญิงมานำทัพ 

ต้องแยก 2 อย่าง คือถ้าสมาชิกเห็นด้วยกับพิมพ์เขียวก็มาช่วยกันทำ ส่วนคนที่เห็นด้วยกันนี้ใครอยากเดินต่อไปถึงการเลือกตั้งก็เดิน ใครไม่อยากเดินอยากซ่อมบ้านอย่างเดียวก็ซ่อม อันนี้ค่อยไปว่ากัน เพราะเราก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาสเข้าไปซ่อมบ้านด้วยซ้ำไป เพราะใบอนุญาตยังไม่ออก ดังนั้นตอนนี้ต้องเคลียร์ให้ชัด ถ้ายังคิดอย่างเดิม อยู่ในเทอมของอำนาจว่าต้องแย่งชิงอำนาจก่อน

ดิฉันบอกแล้วว่าปัญหาของพรรคนี้ไม่ใช่เลือกตั้ง แต่ปัญหาของพรรคนี้คือถ้าชนะแล้วจะทำยังไงให้อยู่ได้ แล้วมีโอกาสทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ชนะเสร็จโดนติดคุก โดนยุบพรรค ทำงานอะไรไม่ได้ ถ้ายังคิดกันแบบเดิม คือเอาอำนาจและตัวบุคคลเป็นตัวตั้ง เราจะแก้ปัญหาให้พรรคและประเทศไม่ได้ ดิฉันถึงบอกว่าเวลามีข่าวเรื่องการแย่งกันเป็นหัวหน้าพรรค ดิฉันละอายนะที่มีชื่อเป็นหนึ่งในนั้น เพราะดิฉันไม่แย่งกับใคร และดิฉันเองยังไม่เคยเสนอตัว

ดิฉันพูดแบบเปิดใจเลยนะ เอาจริงๆ ดิฉันว่าหลายคนคิดเหมือนดิฉัน คือเบื่อกับสภาพปัญหา และสภาพการเมืองมาก และดิฉันทำงานมานานแล้ว อะไรก็ผ่านมาหมดแล้ว และได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว และเมื่อมาดูเงื่อนไขในปัจจุบันที่เขาเขียน คือทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ นักการเมืองอ่อนแอ และอันตรายมาก

คุณสามารถติดคุกได้ตั้งแต่ยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง หรือถ้าคุณฝ่าด่าอรหันต์ไปได้ มีโอกาสได้เข้าไปทำงานตามที่ประชาชนไว้วางใจ คุณก็ทำงานให้ประชาชนไม่ได้เพราะเขาเขียนล็อกไว้หมดแล้ว คุณเข้าไปก็อึดอัดเปล่าๆ ดังนั้น ด้วยบรรยากาศและเงื่อนไขแบบนี้ดิฉันว่า มีไม่กี่คนนะที่อยากกลับเข้าไปทำงานการเมือง ถามว่าอยากเห็นบ้านเมืองกลับเป็นปกติไหมก็มีกันทุกคนแหละ แต่เราก็เพียงคนคนเดียว ก็ทำได้ในกำลังที่เราทำได้

ดังนั้น เรื่องเกมส์การแย่งอำนาจในพรรคดิฉันไม่เอาด้วยนะ และดิฉันเชื่อว่าคนในพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้มีการแย่งชิงอะไรกัน แต่จะมีเพียงคนที่เป็นแหล่งข่าว ซึ่งดิฉันไม่ทราบว่าเป็นใคร

สิ่งแรกที่พรรคเพื่อไทยควรจะทำคือมาพูดถึงแนวทางการทำงานก่อนว่าจะเดินแนวไหน จะทำอะไรเพื่อชาวบ้าน ตัวบุคคลไม่ใช่ปัญหาเพราะมีเยอะแยะ ผู้ใหญ่ทั้งนั้นที่อยู่ข้างใน ไม่ได้เห็นปฏิกิริยาใครจะแก่งแย่งกับใคร มีแต่คนเขาเสียสละกัน

แต่ข่าวที่ออกมาก็ทำให้รู้สึกว่าขนาดแปลนบ้านยังไม่มี ใบอนุญาตก่อสร้างบ้านก็ยังไม่ออก ภาพของความไม่เป็นเอกภาพของคนในบ้านก็ออกมาให้เห็นแล้ว

ดิฉันคิดว่าเราไปให้ความสำคัญกับคนที่เป็นแหล่งข่าว ซึ่งอาจจะเป็นคนตัวเล็กๆ ที่อยากมีความสำคัญกับนักข่าวก็ได้ ในเมื่อข้อเท็จจริงยังไม่มีผู้ใหญ่หรือใครแสดงท่าทีมาแก่งแย่งอะไรกันเลย ทุกคนน่ารักมาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสื่อด้วยว่าไปเชื่อคนนิรนามที่อาจจะต้องการให้เกิดความเสียหายกับพรรค หรืออาจจะเชียร์คนโน้นจริงคนนี้จริง แต่ก็เป็นคนคนเดียวที่ไม่มีกำลัง เพราะถ้ามีกำลังเขาเปิดเผยตัวตนแล้ว ดิฉันยืนในมุมที่ว่า พรรคต้องหาแนวทางในการทำงานก่อน เพราะถ้าจะเลือกแบบบ้านทรงยุโรปแต่เอาช่างไม้ไปทำมันก็คงก่อสร้างบ้านไม่ได้ ถ้าองค์กรใหญ่ต้องมาพังเพราะใครที่ไม่มีความสำคัญ คนที่ไม่สามารถแม้แต่จะปรากฏชื่อตัวเองได้ด้วยซ้ำแบบนี้ดิฉันไม่เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น

ถ้าคนในพรรคอยากอยู่บ้าน 2 แบบไม่เหมือนกัน

ที่ประชุมในบ้านก็ว่ากันไป ว่าจะเปลี่ยนแบบบ้านอย่างไร มันต้องเริ่มจากแนวทางก่อน แล้วตัวผู้นำจะตามมาเอง

ด้วยความที่เพื่อไทยเป็นบ้านใหญ่ ยากไหมกับการทำความเข้าใจกับคนในบ้าน

ถึงเวลาประชุมได้ก็มีระบบพรรคที่เขาจะต้องไปคุยกัน

พอมีกระแสข่าวแบบนี้ออกมาทำให้ท้อใจไหม

ไม่ได้ท้ออะไรเลย เพราะไม่ได้อาสาเข้าไปมีตำแหน่งใหญ่โตอะไร ดิฉันเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ในบ้านเอง ดังนั้นจึงไม่ต้องท้อ

เพื่อไทยมีจุดอ่อนเรื่องว่ามีคนบงการสั่งการ

ตรงนี้เพื่อไทยอาจจะไม่ต้องแก้แล้ว เพราะ คสช.และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขาแก้ให้แล้วตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เขาเขียนไว้แล้วว่าห้ามบุคคลนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือสั่งการพรรค

แต่ชื่อหนึ่งที่สลัดไม่พ้นเลยคือชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

คิดว่าคุณทักษิณเองก็เข้าใจบทบาท และเข้าใจกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งคุณทักษิณเองก็คงไม่อยากที่จะให้ปัญหาตรงนี้มาเป็นปัญหาต่อองค์กรด้วย แม้คุณทักษิณจะเป็นผู้ก่อตั้งพรรคก็ตาม ท้ายที่สุดเมื่อมีคนอ้างชื่อคุณทักษิณ แน่นอนว่าห้ามการอ้างไม่ได้

แต่เมื่อไม่มีใครทำตามเขาอ้าง เขาก็ต้องเลิกอ้างไปเอง

บทความก่อนหน้านี้อีริคสันพัฒนาแพลตฟอร์ม เผยความคาดหวังของผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ยุค 5G
บทความถัดไป“ประวิตร” เผย เตรียมปิดถนน หลังช้างถูกรถชน “ป่าเขาอ่างฤาไน” เผยกำลังสร้างถนนใหม่แทน (คลิป)