เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยถึงกรณีทุจริตเงินสงเคราะห์คนยากไร้ ว่า คนไทยรู้สึกวิตกกังวลและเห็นใจผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ที่มาถูกโกงเงินสงเคราะห์ จากกระบวนการของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร การพบทุจริตถึง 14 จังหวัดและมีแนวโน้มจะพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้นแสดงว่ากระบวนการโกงเงินคนยากไร้ ได้ลุกลามไปไกลเกินกว่าจะอธิบายว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะจุดหรือจำกัดความผิดพลาดไว้แค่ระดับปฏิบัติการ เพราะน่าจะเป็นการทุจริตเชิงระบบหรือไม่ เมื่อไปดูสัดส่วนการทอนเงินกลับมาทั้งประเทศ กับงบประมาณทั้งหมดในเรื่องนี้ ยิ่งเชื่อมโยงวงจรการทุจริตได้ชัดเจนขึ้นหรือไม่ น่าสังเกตว่ายิ่งรัฐบาลคสช. อยู่นานประชาชนกลับรู้สึกเหมือนกับว่ามาตรฐานการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลด้อยลงหรือไม่ เพราะพบเห็นการทุจริตในวงกว้างและเกี่ยวเนื่องกับข้าราชการระดับสูงตลอด ทำให้เกิดคำถามว่าผู้บริหารที่ใกล้ชิดรัฐบาลเหล่านี้ ทำไมถึงไม่สนองนโยบายด้านการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า การโกงเงินวัด โกงเงินคนยากไร้ ทำไปโดยไม่กลัวบาปกรรม ถ้าเป็นรัฐบาลปรกติที่มาจากการเลือกตั้ง การตรวจสอบน่าจะเข้มข้นกว่านี้ การพบทุจริตในวงกว้างเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ระบบตรวจสอบของรัฐบาลมีปัญหาหรือไม่ ตรวจสอบไปถึงขั้นไหนแล้ว สามารถเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบได้หรือไม่ มีกี่จังหวัดที่พบการทุจริต และเชื่อมโยงไปถึงระดับใดบ้าง มีการตัดตอนเพื่อไม่ให้ไปถึงกลุ่มผลประโยชน์ใดหรือไม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาที่ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ให้ดี เพราะวันนี้เราได้เห็นแล้วว่าประสิทธิภาพการตรวจสอบของนักศึกษาฝึกงาน เหนือกว่าองค์กรตรวจสอบของรัฐหรือองค์กรอิสระหรือไม่ ยิ่งรัฐบาลออกนโยบายในลักษณะนี้ออกมาเรื่อยๆ ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่า โครงการต่างๆ ที่ลงสู่พื้นที่ เช่น ไทยนิยมยั่งยืน ผลประโยชน์จะตกถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ไม่รู้ว่าเมื่อทำโครงการลักษณะแบบนี้แล้ว ผู้เกี่ยวข้องจะได้นาฬิกาหรูเพิ่มขึ้นอีกคนละกี่เรือน รัฐบาลต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบ เพื่อลดความหวาดระแวงในสังคมลงว่ามีคนในรัฐบาลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่

