นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่าได้มอบหมายให้ทนายความรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท. ) ในวันที่ 28 ก.พ.และให้ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับผู้ที่เผยแพร่คลิปตัดต่อและคนที่วิจารณ์ให้เกิดความเสียหายกับตนเองว่า ได้สั่งการให้มีผู้ก่อเหตุวางเพลิงในการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 และ 23 มกราคม 2553 ที่เขาสอยดาวจังหวัดจันทบุรีก่อนวันประกาศชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้าว่า นายณัฐวุฒิพยายามพูดแก้ตัวเพื่อเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์และผลงานที่เขาได้ทำไว้ เกี่ยวโยงสองเรื่องคือ เหตุการณ์ที่เขาสอยดาวและที่กรุงเทพมหานคร นายณัฐวุฒิพยายามบอกว่าจะไปฟ้องดำเนินคดีคนที่ตัดต่อและมาพูดโยงว่าเขาเป็นผู้กระทำความผิด ตนไม่อยากให้ณัฐวุฒิพูดอะไรที่ฝืนความเป็นจริงและพยายามเล่นลิ้นหรือเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ และผลการกระทำที่ตนและแกนนำเสื้อแดงทำไว้ ในกรณียุยงปลุกปั่นจนเป็นเหตุให้เกิดการจราจลเผาบ้านเผาเมืองครั้งนั้น
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะสิ่งที่นายณัฐวุฒิได้ดำเนินการลงไปนั้นมีความชัดเจนและสังคมได้รับทราบแล้ว อยากให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่กำลังบริหารประเทศอยู่ขณะนี้ ช่วยติดตามคดีของนายณัฐวุฒิที่สั่งล้มการประชุมอาเซียน เมืองพัทยา ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นอัยการ ว่าคืบหน้าหรือดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนมากน้อยแค่ไหน แต่ดูเหมือนกับว่าคดียังไม่คืบและยังเงียบ จึงอยากเรียกร้องไปยังคสช. ว่าคดีต่างๆเหล่านี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมเป็นไปตามกำหนดเวลา และขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่

